วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

อวตารปางมนุษย์ต่างดาว

"Avatar" หรือ "อวตาร" มาจากคติความเชื่อฮินดูว่าด้วยพระเจ้าโดยเฉพาะ "พระนารายณ์" ทำการแบ่งภาค ส่งจิตมาเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตธรรมดาบนพื้นพิภพเพื่อวัตถุประสงค์บางประการ...อาจมาในรูปสัตว์ เช่น เต่า ปลา ฯลฯ แต่โดยส่วนใหญ่จะลงมาในร่างมนุษย์ เชื่อกันว่าในยุคนี้ พระนารายณ์อวตารมาแล้ว 9 ครั้ง เหลือครั้งสุดท้ายไม่รู้จะมาเมื่อไร(คงเร็วๆนี้ เผลอๆอาจ วนเวียนอยู่ในโลกเรียบร้อยแล้ว :) เรียกชื่อปางว่า "กัลกยาวตาร" หรือ "อวตารปางอัศวินขี่ม้าขาว" เพื่อปราบยุคเข็ญบนโลก... (ถ้าสนใจลองดูเรื่องเก่าหัวข้อ นารายณ์อวตารครั้งสุดท้าย )

"Avatar" หนังใหม่เคยสร้างเป็นฉบับ Game มาก่อน และนำมาทำเป็นฉบับ Film ด้วยทุนสร้างสูงมหาศาล ที่กำหนดเข้าฉายในเดือน ธันวา 2009 นี้ ผู้กำกับคนเดียวกับภาพยนตร์โด่งดังระดับตำนานอย่าง Aliens, Terminator 2, และTitanic นั้นคือ "James Cameron-เจมส์ คาเมรอน"

เมื่อมนุษย์โลกต้องการบุกรุกยึดครองดาวชื่อ "Pandora-แพนโดรา" อันเป็นดาวประเภทดวงจันทร์อันไกลโพ้นดวงหนึ่ง อุดมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี สิ่งมีชีวิตแปลกตานานาพันธุ์ และทรัพยากรอุดมสมบูรณ์...ดาวแพนโดรา มีสิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงกับมนุษย์อาศัยอยู่คือ ชาว"เนวี่" ...พิจารณาจากกายภาพแล้ว ชาวเนวี่ คงมีศักยภาพ-สมรรถนะหลายอย่างดีกว่ามนุษย์เรามาก สูงประมาณ 3 เมตร ตาเป็นประกาย ผิวสีฟ้า มีหาง ใช้ชีวิตพออยู่พอกินกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่ศักยภาพของสมองในการคิดค้นเทคโนโลยี-นวัตกรรมและโดยเฉพาะด้านจิตใจในแง่ความโหดเถื่อน-ละโมบ-ความเล่ห์กระเท่เห็นแก่ตัว ฯลฯ คงอ่อนด้อยล้าหลังห่างชั้นกว่ามนุษย์เราอยู่หลายขุม(กระมัง :)

และเมื่อมนุษย์ทดลองโปรเจคสุดล้ำที่ชื่อ "Avatar Project" ไม่ใช่การทดลองกับการอวตารของพระเจ้าอย่างในคติฮินดู แต่เป็นการอวตารของมนุษย์เสียเอง! นั้นคือการย้ายจิตมนุษย์ไปอยู่ในกายอื่น เสมือนการได้เกิดใหม่!...นายทหารนาวิกโยธินผ่านศึกที่เคยได้รับบาดเจ็บจากสงครามจนเกิดเป็นอัมพาตครึ่งตัวเดินไม่ได้ นามว่า "Jake Sully-เจค ซัลลี่" ได้เข้าร่วมโครงการ Avatar นี้ แล้วก็ประสบผลสำเร็จ สามารถย้ายจิตไปอยู่ในร่าง ชาวเนวี่! มันจึงเหมือนการมีชีวิตใหม่ ทำให้เขากลับมาเดินได้อีกครั้งและสามารถอยู่ในสภาพแวดล้อม-สภาพอากาศของดาวแพนโดราได้อย่างสบาย จึงได้รับมอบหมายให้ประกอบภาระกิจสำคัญ คือเป็น Spyสอดแนม-รับหน้าที่บุกนำร่อง-สำรวจดาวแพนโดรา เพื่อมนุษย์จะได้ทำการยึดครองต่อไป ส่วนชาวเนวี่ ก็ตระหนักถึงภัยของเผ่ามนุษย์โลกที่ทำกำลังย่างกรายเข้ามานี้และก็พยายามตระเตรียมรับมือรับต่อสู้เต็มความสามารถ แต่ก็หารู้ไม่ว่า เจค คือ หนอนบ่อนไส้! ที่พรางตัวมา!

แต่เมื่อ เจค ซัลลี่ อันมีกายเป็นชาวเนวี่แล้วนั้นได้คลุกคลีเป็นแคลนเดียวกับชาวเนวี่ นานวันเข้าจึงรู้สึกผูกพันและเห็นใจมนุษย์ต่างดาวเผ่านี้ และที่เป็นปมเขื่องใหญ่สุดคือ... เจค เกิดพบรักกับ สาวชาวเนวี่ นางหนึ่ง!

จากข้อมูลเบื้องต้นเท่าที่มี (Wikipedia และ เว็บต่างๆ) +ตัวอย่างหนัง ถึงพล็อตโครงเรื่องจะดูเป็นมุขเดิมๆที่ใช้กันเกร่อแล้วในหนังทั่วไป แต่ดูจากหนังตัวอย่าง VFX คงอลังการตื่นตาตื่นใจไม่น้อย น่าจะคุ้มกับเงินค่าตั๋ว???...นอกจากความบันเทิงแล้ว ในรายละเอียดคิดว่าหนังคงแฝงหรือสะท้อนนัยยะอะไรบางอย่างเป็นเครื่องบรรณาการทางปัญญาแด่ท่านผู้ชมอีกบ้างด้วย ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะตีความในมุมไหน...เท่าที่คิดเองเออเองไปก่อนส่วนตัว ณ ตอนนี้ ก็อาทิ

- หนังเรื่องนี้ได้สะท้อนสัจธรรมอันโหดร้ายของวิถีชีวิตสปีซีส์ต่างๆในเชิงทฤษฎีวิวัฒนาการ"สปีชีส์ที่แข่งแกร่งกว่าย่อมครอบงำ-ทำลายผู้อ่อนแอเสมอ"

- สะท้อนความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์มนุษยชาติยุคใกล้อันสืบเนื่องจากความเชื่อมั่นในหลักการอันชอบธรรมในทฤษฏีวิวัฒนาการของดาร์วิน มนุษย์โลกบุกรุกดาวแพนโดราในเรื่อง Avatar ก็เป็นไปในทำนองเดียวกับ เมื่อชาวยุโรปค้นพบเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่คือปืนไฟ-เรือกลไฟและเครื่องจักรไอน้ำโดยเฉพาะเผ่าอังกฤษ-ฝรั่งเศส ด้วยเห็นว่าตนแข็งแกร่งแล้วจึงฮึกเหิมออกล่าอาณานิคมปล้นฆ่าชิงแผ่นดินสูบทรัพยากรคนอื่นไปทั่วโลก!ในนามของพระเจ้า ความศิวิไลซ์ และการค้าเสรี และขยายวงไปจนถึงปฏิบัติการบุกรุกยึดแผ่นดินอเมริกาปล้นฆ่าล้างโคตรเผ่าอินเดียแดง! รวมไปถึงเผ่าอะบอริจิ้นในทวีปออสเตรเรีย, ทั้งกวาดต้อนนิโกรในทวีปแอฟริกามาใช้เป็นทาส ฯลฯ จนพวกฝรั่งตะวันตกกลายเป็นใหญ่เป็นโต เป็นเจ้าโลกสืบเนื่องเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ (มองในกรอบ ทฤษฎีวิวัฒนาการแบบตะวันตก การที่ผู้แข็งแกร่งจะบุกยึดทำลายข่มเหงใครนั้นก็เป็นความชอบธรรมตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ถ้ามองในกรอบ "กฏแห่งกรรม" หรือ ธรรมะแบบโลกตะวันออก พวกฝรั่งเจ้าโลก หรือ พวกมนุษ์โลกในหนัง นับว่าชั่วช้าสามานย์ป่าเถื่อนเป็นอย่างยิ่ง คงต้องได้รับผลกรรมที่ตนได้ก่อไว้ย้อนกลับอย่างแน่นอนในภายภาคหน้า จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง!!)

- ตัวเอกที่ชื่อ นายเจค สะท้อนถึงผู้ที่มีความขัดแย้งของการมีใจอย่างแต่กายเป็นอีกอย่าง - รวมทั้งสะท้อนสถานะการณ์อันแสนพะอืดพะอมกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อต้องตัดสินใจเลือกข้างหรือการจำต้องเลือกบางอย่างโดยการทิ้งอีกอย่าง ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวเนื่องต่อมาว่า กายเป็นายเหนือจิต? หรือจิตเป็นนายเหนือกายกันแน่?

ท้ายที่สุด...งานนี้ นายเจค ตัวเอกในเรื่องผู้มีจิตเป็นมนุษย์แต่กายเป็นมนุษย์ต่างดาว จะคลี่คลายปมในใจออกมารูปแบบใด-จะเลือกข้างไหน? เนื้อเรื่องเต็มๆจะมี Surprise หักมุมอะไรหรือไม่? จะลงเอยอย่างไร?...และถ้า เจค ช่วยรักษาเผ่าพันธุ์ชาวเนวี่เอาไว้ให้ปลอดภัยจากเงื้อมมือมนุษย์ผู้ละโมบได้ เขาก็สมกับได้ชื่อว่า เป็น Avatar ผู้อวตาร มาเพื่อต่อสู้กับฝ่ายอธรรม ช่วยปราบยุคเข็ญปกป้องคุ้มภัยผู้บริสุทธิ์! ตามคติฮินดู

...หลังจากประสบความสำเร็จถล่มทลายจากเรื่องล่าสุด Titanic ที่ออกฉายในปี1997 ผู้กำกับ คาเมรอน ก็หายหน้าหายตาไปเงียบๆเป็นเวลานับ 10 กว่าปี กลับมาเรื่องนี้ "Avatar" เป็นแนว Sci-Fi อีกครั้ง...ผู้ชมคาดหวังสูงสุดขีดเดิมพันด้วยชีวิตและชื่อเสียงที่ผ่านมาของผู้กำกับ!(ผมเองที่คาดหวัง 55) เพราะได้ข่าวผู้กำกับคาเมรอน กะไว้ว่าจะให้หนังเรื่องนี้เป็นที่ประทับใจกล่าวขวัญไปอีกนานนับสิบสิบปี ให้เป็นตำนานไม่แพ้ Terminator 2 และ Titanic เรียกว่า ท่านให้ความหวัง(โม้)ไว้มาก ฮา!... ในหนังจะมีอะไรที่น่าสนใจคุ้มค่าแก่การรอคอย ควรค่าแก่การจดจำและกล่าวขวัญไปถึงอีกเป็นสิบสิบปีหรือ?...คงต้องไปติดตามดูในหนังฉบับเต็มๆสมบูรณ์แบบ ส่วนในที่สุดผู้ชมจะสมหวังหรือผิดหวัง เดี๋ยวจะได้รู้กัน :)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น