วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

(โคตร)ไร้สาระนุกรม


มีเว็ปไซต์อินดี้ไทยเว็บหนึ่ง "ไร้สาระนุกรม" หรือ http://th.uncyclopedia.info/ เป็นเว็บที่เลียนแบบดัดแปลงรูปแบบจากเว็บสารานุกรมโลก "Wikipedia" จัดทำออกมาดูจริงจัง -เป็นระบบ(คงว่างมาก) เรียกว่าไร้สาระได้อย่างเป็นทางการ (แต่รู้สึกว่าเว็บจะล่มบ่อย ไม่รู้ว่าคนเข้าเยอะหรือใกล้จะเจ๊ง!)

- เว็บที่ ด่าและล้อเลียนไปได้ทุกเรื่อง -

เมื่อเรื่องราวจริงจังถูกมองเป็นเรื่องไร้สาระเฮฮาขำๆไปเสียทุกเรื่องโดยเนื้อหาค่อนข้างจะออกเป็นด้านมืด+สัปดน!... การพาดพิงคนดัง การล้อเลียน-ประชดประชัน ฯลฯ จนบางเรื่องเล่นค่อนข้างแรงถึงล่อแหลม! เผลอๆอาจโดนฟ้องร้อง-โดนสั่งปิด! โดยเฉพาะเรื่องล้อเลียนพาดพิงคนอื่น แต่ก็มีหลายเรื่องที่สะท้อนความจริงบางอย่างในชีวิต-สังคมได้น่าสนใจ...ก็อย่างว่านะเนื่องจากเป็นเว็บ Open ใครเข้ามาเขียนละเลงยังไงก็ได้ ไม่มีการตรวจสอบกลั่นกรองใดๆทั้งสิ้น และอีกอย่าง ชื่อเขาบอกอยู่แล้วว่า "ไร้สาระนุกรม"อย่างน้อยก็ประกาศตัวตนชัดเจน ตรงไปตรงมา...และเมื่อพิจารณาในแง่มุมของ การสร้างคำ(สัปดนๆ+ดิบห่าม) การตบแต่งภาพ การเลือกภาพ การหาข้อมูล การคิดพล็อต โดยรวมแล้วจะเห็นว่ามีความคิดสร้างสรรค์-ลูกเล่นพลิกแพลงและฝีมือที่ไม่ธรรมดาเลย...คิดได้ไง(แสดดด)


ตัวอย่างเนื้อหาบางเรื่อง-บางตอน ในเว็บไซน์แห่งนี้...


การเซ็นเซอร์ ดูเนื้อหาฉบับเต็ม คลิก ที่นี่


การกำเนิด
การเซ็นเซอร์ ถือกำเนิดมาในยุคไหนมิอาจจะทราบได้ รู้เพียงแต่ว่า เกิดมาเพื่อกีดกันไม่ให้ผู้รับสารได้รับสารอันซึ่งไม่เหมาะกับตนโดยการตัดสินใจของผู้มีอำนาจการปกครองมากกว่า โดยในประเทศไทยการเซ็นเซอร์ของรัฐบาลจะเห็นได้ชัดในยุคของ ทุจศิล กินชะมัดข้อมูลปกปิด แต่ตามปรกติแล้ว การเซ็นเซอร์ไม่จำเป็นต้องเกิดจากทางภาครัฐก็ได้ แต่บุคคลทั่วๆไปในสังคมก็อาจจะเซ็นเซอร์ได้ เช่น พ่อแม่เซ็นเซอร์หนังโป๊เพื่อไม่ให้ลูกชมก่อนถึงวัยอันควร หรือ ภรรยาเซ็นเซอร์น้องสาวของตนเพื่อไม่ให้สามีมากะลิ้มกะเหลี่ย หรือ นักการเมีย เซ็นเซอร์สิ่งที่ตนเองทำ เพื่อปิดบังการคอรัปชั่นของตน โดยไม่ให้ประชาชนมารับรู้...

ผลกระทบของการเซ็นเซอร์ต่อสังคม
การเซ็นเซอร์มีผลกระทบไปในวงกว้างของสังคม อันดับแรกคือผู้เสพสื่อระดับเยาวชน ช่วงอายุ 0 ถึง 18 ปี จะได้ไม่มีสื่ออันเป็นพิษเป็นภัยสำหรับตนอันได้แก่หนังโป๊เปลือยไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ หรือหนังบู๊เลือดสาดที่ถูกใส่ไว้ในโทรทัศน์หลังสองยามเป็นต้นไป โดยการถอดถอน หรือเซ็นเซอร์ของผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งรู้จักกันในชื่อว่าภาครัฐ และ องค์กรต่างๆไม่ว่าของทางรัฐบาลหรือเอกชน และการถ่ายภาพโป๊เปลือยของดาราในหนังสือพิมพ์ทุกวันอาทิตย์ หรือละครหลังข่าวที่ตบตีกรี๊ดกร๊าด ก่อนที่พระเอกจะข่มขืนนางเอก แล้วยังรวมถึงข่าวฆ่าปาดคอยกบ้านในสื่อต่างๆ ส่วนในระดับผู้ใหญ่อันมีวิจารณญาณแล้ว ก็ต้องทำใจยอมรับสิ่งดังกล่าวเพื่ออนาคตที่สดใสของเยาวชนไทยในอนาคต แล้วหันไปซื้อคลิปโป๊ตามข้างทาง หรือสูบตามบิตในอินเทอร์เน็ตแทน นอกจากนี้แล้ว การเซ็นเซอร์ยังเป็นการส่งเสริมอาชีพอีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะหนังต่างๆ ที่ถูกทางผู้เกี่ยวข้องจากทางภาครัฐเซ็นเซอร์เสียซะอย่างไม่ใยดี แม้มันจะอยู่ในรูปของดีวีดีแผ่นแท้อันแสนแพง ดังนั้นจึงทำให้แผ่นผีกำเนิดขึ้นมา ซึ่งสามารถสร้างรายได้กับชาวรากหญ้าที่ออกมาตั้งแผงขายอย่างโจ่งแจ้งอยู่ทั่วไปได้ และนอกจากนี้ลองคิดดูสิว่า ตำรวจหรือเทศกิจจะเอาเงินมาจากไหนมาซื้อข้าวกินได้ด้วยเงินเดือนเพียงน้อยนิดจากทางราชการหากไม่หารายได้เสริม การเก็บเงินจากแผงหนังที่สมควรจะต้องถูกเซ็นเซอร์ในข้างต้นจึงเป็นอีกหนทางหนึ่งของทางรอดของพวกเขา...


อภิเสียบ เวทนาชีวิต ดูเนื้อหาฉบับเต็ม คลิก ที่นี่

อภิเสียบ เวทนาชีวิต มีชื่อเล่นว่า หมาก แต่มักจะถูกเรียกว่า "ป๋า" เมื่อรวมกับชื่อเล่นแล้ว จะกลายเป็น ป๋าหมาก เกิดเมื่อวันที่ 300 สิงหาคม พ.ศ. 2507 ที่เมืองนิ่วคาสเส้า สหราชอนาจาร เป็นบุตรชายคนเดียวในจำนวนบุตร 3 คนของ ศาสตราจารย์นายแพทย์ อรรถเสียบ เวทนาชีวิต กับ ศาสตราจารย์แพทย์หญิง สุสศวย เวทนาชีวิต
อภิเสียบได้เข้าเรียนเบื้องต้นในระดับอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลยุคเงินกีบลอยตัว และในระดับประถมที่ โรงเรียนสาธิตกามาแห่งมหาวิทยาลัยสุราลงกลอน จนจบระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จึงย้ายกลับไปยังประเทศอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง โดยเข้าเรียนที่โรงเรียนสเกทบอร์ด และต่อที่โรงเรียนอีแต๋น....


Mr.D นักร้องระดับโลก ดูเนื้อหาฉบับเต็ม คลิก ที่นี่



SPAR WARS ดูเนื้อหาฉบับเต็ม คลิก ที่นี่

ในปีที่ 32 ก่อนยุทธการตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เกิดความขัดแย้งกันขึ้นในเรื่องเกี่ยวกับการค้าระหว่างสหพันธ์พาณิชย์กับดาวนาบูด (Nabood) ซึ่งก่อให้เกิดการปิดล้อมดาวนาบูดขึ้น สมุหนายกได้ลอบส่งอัศวินเจ๊ได๋สองนาย คือ ยูริ พลังจิต และโอ๊คบี้วรรณ ลูกเลี้ยง ออกไปแก้ปัญหาอย่างลับๆล่อ แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า แท้จริงแล้วสหพันธ์พาณิชย์นั้นได้ร่วมมือกับ ลอร์ดมืดผู้ลึกลับ ซึ่งเป็นผู้สั่งการรุกรานดาวนาบูด และสั่งฆ่าเจ๊ได๋ทั้ง111ทันทีที่เดินทางไปถึงยังยานสหพันธ์ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสองก็หลบหนีออกมาได้และเดินทางไปยังพื้นผิวดาวนาบูด
บนดาวนาบูด เจ๊ได๋ทั้งสองได้พบกับMr.Fusion ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนดาวนาบูด Mr.Fusionช่วยพาเจ๊ได๋ทั้งสองคนหลบหนีกองทัพพันธมาร ไปยังนครวัดนครธมเมืองใต้บาดาลของชาวกัญชา ในขณะเดียวกันทางด้านพันธมาร ก็เดินขบวนข้าสู่นาบูดและจับตัวราชินี อะมีบ้า(Queen Ameba) ผู้นำนาบูดไว้ ด้านเจไดได้พบกับไอ้ปื๊ด (Pued Kung) ผู้นำชาวกัญชา และขอให้ไอ้ปื๊ดช่วยชาวนาบูด แต่ไอ้ปื้ดปฏิเสธ โดยบอกว่า "ข้ายังเอาตัวเองไม่รอดเลย..."และให้ยันตร์แก่เจ๊ได๋ทั้งสองไป ด้วยยันตร์ดังกล่าว เจ๊ได๋ทั้งสองพร้อมด้วย นพดล ปัสสะวะ ได้เดินทางไปถึงเมืองหลวงของนาบูด และเข้าช่วยเหลือราชินี อะมีบ้าจากกองทัพโจรโพกผ้าเหลืองของพันธมารไว้ได้ จากนั้นพวกเขาเดินทางสู่สยิวสแควร์ (Syew Square) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐเทย (Teoy Republic) เพื่อขอความช่วยเหลือจากสภาสูงมาก ในระหว่างการเดินทางลี้ภัยออกจากดาวนาบูดนั้น ดร๋อย์ตัวหนึ่ง รหัส R2-D2B ได้กลายเป็นฮีโร่ เมื่อสามารถตบเกรียนผู้นำของพันธมารได้....


มหาวิทยาลัยทำมั้ยสาด
ดูเนื้อหาฉบับเต็ม คลิก ที่นี่

มหาวิทยาลัยทำมั้ยสาด เป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆของประเทศเทย เนื่องจากมหาวิทยาลัยนี้และประเทศนี้อ่อนไหวต่อเรื่องการเมียมาก ทำให้เวลาจะอ้างอิงถึงประเทศนี้จึงจำเป็นต้องใช้คำว่าประเทศไทยแทนอยู่เสมอ ส่วนมหาวิทยาลัยทำมั้ยสาดนั้น จะถูกแปลงชื่อเป็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แทน เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งทางการเมือง การฟ้องหมิ่นประมาท และการรบกวนจากขี้ข้าทรราชย์ให้หายไป...


สยิวสแควร์ ดูเนื้อหาฉบับเต็ม คลิก ที่นี่

สยิวสแควร์ (Syew Square) หรือเรียกกันว่า สยิว เป็นศูนย์การค้าแบบเชิงลาบในกรุงเทยหมานคร ตั้งอยู่บนหัวมุมถนนพญาเทยและถนนบร๊ะราม 100 โดยด้านหลังติดกับถนน(เทียรี่)อองรีดูหนัง และด้านทิศตะวันออกติดต่อกับมหาวิทยาลัยสุราลงกลอน อีกด้านหนึ่งติดกับ ห้างสรรพสินค้ามาบาปครอง และอีกด้านหนึ่งติดกับ สยามเซ็นเซ่อร์ สยิวสแควร์เป็นพื้นที่ในความดูแลของสำนักงานจัดโกยทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยสุราลงกลอน
ธุรกิจในสยิวสแควร์มีความหลากหลาย ทั้งโลกของแฟชั่น อาหาร ใบปลิว ร้านเกมส์ โรงเกรียนหวดวิชา สังคมเด็กแนวตะเข็บชายแดน สังคมเกรียน หรือในแวดวงทางการธุรกิจการตลาดสด เป็นสถานที่ที่มีการขโมยสินค้า และขายของโกงราคาแบบแปลกใหม่และเข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่ง มีจำนวนเกรียนวัยรุ่นคลานในสยามสแควร์ในวันธรรมดาเฉลี่ยวันละ 2000000 คน วันมามากไม่ต่ำกว่า 50000000 คน ซึ่งแต่ละคนมีกำลังซื้อเฉลี่ยต่ำกว่า 1 บาท/ครั้ง/คน
สยิวสแควร์ในปัจจุบันมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภายนอก รูปแบบอาคารอยู่เสมอ แต่ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมถึงภูมิทัศน์ มีการเพิ่มการแพร่ภาพสื่อผ่านทางจอโทรทัศน์ทั่วสยิวสแควร์และทางสำนักงานจัดโกยทรัพย์สินมหาาวิทยาลัยสุราลงกลอนได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาโครงการโกยงบสยิวสแควร์ขึ้นอย่างจริงจัง และโครงการในอนาคตหลังจากเซ็นเซ่อร์พอยท์ได้หมดสัญญาลงไป จะมีโครงการ "ดิจิตอล เกย์เวย์" และยังมีโครงการโกยงบอาคารจอดรถถัง โครงการโรงแรมม่านรูด 3 ดาวครึ่ง ในอนาคต
สยิวสแควร์มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมสมัยนิยมของเกรียนเทย โดยมีภาพยนตร์ที่มีฉากหรือเนื้อหาเกี่ยวกับสยิวสแควร์ เช่น 2549คมช.ครองสยิว ,ประท้วงสดกลางสยิว นอกจากนี้มิวสิกวิดีโอก็นิยมใช้สยิวสแควร์เป็นฉากในเรื่อง เช่น ลิ้มทำเผื่อใคร? , เมื่อไหร่จะลืมผม? ของนักร้องชื่อดัง ทุจศิล กินชะมัด...


แอ๊บแบ๊ว ดูเนื้อหาฉบับเต็ม คลิก ที่นี่

แอ๊บแบ๊ว เป็นคำวิเศษณ์และคำกริยา ที่กำลังนิยมในหมู่วัยรุ่นตอนนี้ ซึ่งต่างกันเพียงเส้นคั่นบางๆกับคำว่า กระแดะ อีเดียต และตอแหล เป็นคำที่ได้ถูกบันทึกลงในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน และเป็นที่ฮือฮามาก
เคยมีผู้นิยามว่า “แอ๊บแบ๊ว” เป็นคำผสมระหว่างคำว่า แอ๊บนอร์มอล (abnormol) ในภาษาอังกฤษที่แปลว่า ผิดปกติ รวมกับคำว่า “บ้องแบ๊ว” ที่หมายความว่า น่ารักแสด ไร้เดียงสา (แม้ว่าแท้จริงแล้วตามราชบัณฑิตฯ จะแปลว่ามีหน้าตาพิลึกก็ตาม) เมื่อรวมกัน จึงหมายถึงการใช้ภาษา การกระทำที่ผิดปกติ ทำให้ดูน่ารักสัด ไร้เดียงสา อาจหมายถึงคนที่ไม่สามารถที่จะน่ารักบ๊องแบ๊วได้แล้ว แต่สามารถเสริมแต่งหน้าตาหรือรวมถึงการพยายาม ทำกิริยาเพื่อให้ตัวเองดูน่ารักได้ย่างน่าอัศจรรย์...

ประวัติศาสตร์เทย ดูเนื้อหาฉบับเต็ม คลิก ที่นี่

ประมาณ 5.1 ล้านแสนโกฏิโคตรนาน... ปีก่อน มนุษย์เพิ่งจะเข้ามาอยู่ในเอเชย ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่มนุษย์ยังไม่รู้จักการผสมพันธุ์ซึ่งกันและกัน เพราะสมองเล็กประมาณสมองของทุจศิล กินชะมัด,จับตูดลนไฟ ฉายแสงนีออน หรือซาหมัก สุกรเพศ คือหนักประมาณ 1 กะรัต ขนก็คลุมร่าง อีกทั้งกาเจี้ยวของมนุษย์ก็ยังไม่ใหญ่พอ แถมยังเป็นสีเขียวน่าเกลียด ก็เลยตัดออกไปโดยถูกับใบหญ้า จึงเป็นหมันโดยไม่รู้ตัว
มนุษย์ที่ไม่ได้ตัดกาเจี้ยวออกส่วนใหญ่ผสมพันธุ์กับสัตว์จำพวก เควิย, ช้างแหม่มมอด, ชะนี เป็นต้น ทำให้มนุษย์ตายลงเรื่อยๆ เกือบสูญพันธุ์ในเอเชย...

ประมาณ 50,0,0,00 ปีก่อน
มนุษย์เริ่มขนน้อยลง เพศชายก็ใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น มีอายุขัยประมาณ 1,000y ปี เพศหญิงก็เปลี่ยนจุดสนใจทางเพศ จากตูด มาเป็นเต้านม แต่ทว่าการเบี่ยงเบนทางเพศก็เกิดขึ้น เมื่อมนุษย์ที่สองเพศเกิดขัดแย้งกัน มนุษย์เพศชายกลุ่มหนึ่งรังเกียจเพศชายของตน จึงตัดกาเจี้ยวออกแล้วเอาผู้หญิงมากิน จนท่าทาง รูปร่าง และนิสัย กลายเป็นหญิง มนุษย์เพศหญิงทนไม่ไหวจึงหนีออกมา สร้างอาวุธ ทำตัวให้เหมือนผู้ชาย แล้วเข้าโจมตีมนุษย์เพศชายทั้งหลาย จนมนุษย์เพศชายซึ่งตุ้งติ้งรังเกียจสงคราม จึงหนีไปยังเทือกเขาอันเทย(เทือกเขาทางตอนตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปเอเชย) จับผู้ชายเผ่าพันธุ์อื่น มาเป็นสามี และมีลูกด้วยกันเนื่องจากมนุษยพันธุ์เทยมีมดลูก
มนุษย์พันธุ์เทยเกิดขึ้นแร้วฮ้าาาาาาาาาาาาาา.....ง...

ประมาณ 1,000 ปีก่อนถึงปัจจุบัน
ความอุดมสมบูรณ์ไม่ยืนยง เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แผ่นเปลือกโลกเทือกเขาก็ก่อตัวรอบดินแดนเทย พื้นที่ที่เคยอุดมสมบูรณ์ด้วยบุรุษผล กลับแห้งแล้ง ทางตอนเหนือถูกตัดขาดจากตอนกลาง กลายเป็นหุบเขาต่างๆ แล้วชาวเทยก็ก่อตั้งอาณาจักรใหม่ตอนกลาง ชื่อ ธัญญประเทศ มีกรุงธัญบุรี เป็นเมืองหลวง แล้วสร้างศาสนา "เพศบัณเฑาะว์" ขึ้นมา แล้วให้ปีที่สร้างศาสนานั้นเป็น เพศเพี้ยนศักราช(พ.ศ)ที่ 1 จนมาถึงสมัยกรุงแร๊ดถะนะเกรียนสินทุ์เรศ์ ชาวเทยก็ได้รวบรวมอาณาจักรต่างๆ บริเวณแหลมเทยแล้วสถาปนาเป็นประเทศเทยมาจนถึงปัจจุบัน และได้ทำการติดต่อค้าขาย หนังวาย หนังโป๊ หนังกะเทย ส่งออกไปมากมาย โดยเอาวันที่สถาปนาประเทศเทย เป็นวันชาติเทย วันเทยสากล และ วันเทยแห่งโลกพร้อมกัน...

....

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ษ.บอฤาษีหนวดยาว

รายการ "ตีสิบ" สัมภาษณ์ ฤๅษีคณะหนึ่ง
หลายคนอาจยังไม่ได้ดู...


ข้อคิดจาก...พระวจนะของพระพุทธเจ้า

"มนุษย์เป็นอันมาก ถูกความกลัวคุกคามเอาแล้ว ย่อมถือเอา ภูเขาบ้าง ป่าไม้ศักดิ์สิทธิ์บ้าง รุกขเจดีย์บ้าง...ว่าเป็นที่พึ่งของตน นั่นไม่ใช่ที่พึ่งที่ทำความเกษมให้ได้เลย นั่นไม่ใช่ที่พึ่งอันสูงสุดเลย ผู้ใดถือเอาสิ่งเหล่านั้นเป็นที่พึ่งแล้ว ย่อมไม่อาจหลุดพ้นไปจากทุกข์ทั้งปวงได้"

"ดูก่อนท่านทั้งหลาย
ไม่ควรด่วนปลงใจเชื่อในเรื่องใดๆก็ตาม 10 ประการดังนี้

๑. อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ โดยฟังตามกันมา
๒. อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ โดยถือว่าเป็นประเพณีเก่าแก่สืบทอดกันมา
๓. อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ เพราะเป็นที่เล่าลือโด่งดังกันอยู่ทั่วไป
๔. อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ โดยอ้างคัมภีร์หรือตำราตัวหนังสือ
๕. อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ โดยการคิดตามแนวตรรกะเหตุผล
๖. อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ โดยการอนุมานเอาตามแบบปรัชญา
๗. อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ โดยนึกตามสามัญสำนึก
๘. อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ เพราะเห็นว่าสอดคล้องกับความเห็นของตนเอง
๙. อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ เพราะเห็นว่าผู้พูดดูดีน่าเลื่อมใสน่าเชื่อถือ
๑๐. อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ แม้แต่ผู้พูดนั้นเป็นครูของตน

ถาม : ถ้าอย่างนั้นจะใช้หลักอะไรในการเชื่อถือสิ่งต่างๆอย่างไร?

พระพุทธเจ้าตอบ : "เมื่อใด ท่านทั้งหลายรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศล ธรรมเหล่านี้มีโทษ ธรรมเหล่านี้วิญญูชนติเตียน ธรรมเหล่านี้ใครยึดถือปฏิบัติถึงที่แล้ว จะเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์ เมื่อนั้นท่านทั้งหลายพึงละเสีย
เมื่อใดท่านทั้งหลายรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ ธรรมเหล่านี้วิญญูชนสรรเสริญ ธรรมเหล่านี้ใครยึดถือปฏิบัติถึงที่แล้ว จะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข เมื่อนั้นท่านทั้งหลายพึงถือปฏิบัติบำเพ็ญ ธรรมเหล่านั้น"

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

"ราชันย์ ออฟโรด"


" Hummer "

รถออฟโรดตัวพ่อ! ดุ-หล่อ-ดีไซน์แรง-มีเอกลักษณ์ รถในฝันของใครหลายคน(รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย ฝันต่อไป..ฮึๆๆ) รถระดับนี้ อย่าพยายามคิดคำนวณเรื่องความจำเป็นและคุ้มค่าล่ะครับ แยกให้ออก มันเป็นเรื่องของ Passion ! หรือแรงปรารถนาอันแรงกล้า...ถ้าซื้อไม่ได้ แต่มีใจรัก ก็ให้ดูเป็น Art เป็น Design เผื่อได้แรงบัลดาลใจดีๆ...(แต่ถ้าอยากได้จริงๆก็ลองไปขอมหาเศรษฐีอย่าง ท่านนายกทักษิณ เจ้าสัวธานินทร์ หรือเสี่ยเจริญ ...เผื่อฟลุค ล้อเล่นนะ 55 :)

รูปล่างนี่คือ Hummer HX Concept นวัตกรรมรุ่นล่าสุดของ Hummer

The Hummer HX Concept. A Vision of The Future of OFF-ROADING.


ประวัติศาสตร์ความเป็นมาโดยสังเขป : จาก HMMWV สู่ HUMMER

"HMMWV" (High Mobility Multipurpose Wheeled Vehicle) หรือ "Humvee" : "ฮัมวี่" เกิดจากความต้องการรถบรรทุกทางทหารของกองทัพสหรัฐอเมริกา ในช่วงทศวรรษ 70 โดยได้ออกแบบรูปร่างและสเปคที่ต้องการ แล้วให้บริษัทที่สนใจนำไปสร้าง นั้นคือบริษัท AM General หลังจากนั้นบริษัท AM General ได้สร้างรถต้นแบบออกมาในปี 1979 ในรหัส M998 หรือที่เรียกต่อมาภายหลังว่า "ฮัมวี่" และนำมาให้กองทัพทดสอบ ผลเป็นที่พอใจอย่างมาก กองทัพจึงตัดสินใจสั่งให้ AM General ผลิตและส่งมอบเจ้า ฮัมวี่ เป็นจำนวนถึง 55,000 คัน ภายในปี 1985 โดยเจ้าฮัมวี่ เข้าร่วมปฏิบัติการสำคัญๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น สงครามอ่าวเปอร์เซียอิรักบุกคูเวต ที่รู้จักกันในชื่อ "ปฏิบัติการพายุทะเลทราย(Dessert Strom)"สงครามปลดปล่อยอิรักในปี 2003 หรือแม้แต่การเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากภายุเฮอร์ริเคน แคทรินา ในเมืองนิวออลีน ซึ่งยานพาหนะทั่วไปเข้าถึงได้ยากในช่วงหลังเกิดเหตุ

การได้เข้าร่วมปฏิบัติการสำคัญต่างๆ ที่รถธรรมดาไม่สามารถทำได้ ก็เนื่องมาจาก ความพิเศษของเจ้า ฮัมวี่ ที่สามารถเดินทางเข้าไปในทุกที่ได้แม้จะไม่มีถนนหนทาง แถมยังลุยน้ำได้โดยเครื่องไม่ดับ ด้วยสเปคที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เช่น ความสูงจากพื้นถนน 41 ซม. น้ำมันเต็มถังเดินทางได้ถึง 550 กม. ความเร็วสูงสุดกว่า 120 กม./ชม และตัวถึงซึ่งดัดแปลงได้นับสิบรูปแบบ สามารถติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารได้มากมายไม่ว่าจะเป็น ปืนกล หรือมิสไซล์

นอกจากจะติดตั้งอาวุธได้แล้ว เจ้า ฮัมวี่ ยังสามารถดัดแปลงเป็นรถพยาบาล หรือติดตั้งจานดาวเทียมเพื่อเป็นรถสื่อสารได้อีก ความพิเศษต่างๆ ของเจ้าฮัมวี่ ทำให้เกิดความต้องการจากผู้บริโภคที่อยากจะใช้รถ ฮัมวี่ บนถนนธรรมดาบ้าง ปี 1999 ทาง AM General จึงได้ออกแบบ-ผลิต H1 ขึ้นมาเพื่อออกจำหน่าย ภายใต้ชื่อแบรนด์ "Hummer" : "ฮัมเมอร์" โดยมี เจเนรัล มอเตอร์ (GM) ทำหน้าที่จัดจำหน่าย และก็มีรุ่น H2 และ H3 พัฒนาต่อเนื่องมาจาก H1 เป็นที่ประทับใจของผู้ใช้และผู้ที่ได้พบเห็นจนเจ้า Hummer ได้รับฉายาว่า "The King of Off Road" หรือ "ราชันย์ ออฟโรด" เรื่องราคาก็ไม่แพงมากสบายๆ อยู่ในช่วงประมาณ 5-10 ล้านขึ้นไปแล้วแต่รุ่น(..ราคานี่ยังไม่รวมภาษีนะ...ถ้ารวมแล้วต้อง คูณ 2 เข้าไป ก็ประมาณ 10-20 ล้าน) ส่วนเรื่องการบริโภคน้ำมัน ค่าอะไหล่ บำรุงรักษา จิปาถะ ฯลฯ รถราคาระดับนี้คงรู้ๆกันอยู่... แต่มีเงินซื้อ Hummer จะมากังวลเรื่องพวกนี้ให้เสียเวลาทำไม...เอาเวลาไปนั้งดูดโอเลี้ยงไม่ดีกว่ารึ...อย่างที่บอก เล่นรถระดับนี้ คงต้องมองข้ามความคุ้มค่ากันล่ะ มันเป็นเรื่องของ "Passion!"ใจรัก+ความสามารถในการจ่าย

Hummer : H1


Hummer : H2 (อาร์โนลด์ ชวาเซเนกเกอร์ ก็ใช้รุ่นนี้)


Hummer : H3 (รุ่นนี้ออกแบบขนาดเล็กลง-ประหยัดน้ำมันลงหน่อยประมาณ 20 mile/gal หรือประมาณ 6-8 กิโล/ลิตร)


..........................


และ Hummer ก็ได้พัฒนามาถึงรุ่น "Hummer HX" รุ่นล่าสุด นอกจากรูปลักษณ์ดีไซน์เฉียบเหนือระดับแล้ว ยังออกแบบให้มีเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกล้ำสมัยต่างๆมากมายและที่สำคัญคือประหยัดพลังงาน ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่เสียใจด้วยจริงๆรุ่นนี้เป็น Concept Design ยังไม่มีการผลิตออกวางจำหน่าย แต่ก็ได้สร้างต้นแบบของจริงแบบสมบูรณ์เกือบ 100% ออกให้ชาวโลกได้ยลโฉมกันแล้วในปี 2008 ได้ข่าวว่าจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการประมาณปี 2010 ส่วนราคายังไม่เปิดเผยชัดเจน (ยังไงก็เตรียมเงินไว้พลางๆก่อนนะ :) ... ฮัมเมอร์ รุ่น HX นี้ GM มอบหมายให้ Designer นักศึกษาจบใหม่ชั้นเซียน 3 คน จากมหาวิทยาลัย Detroit ร่วมกันรังสรรค์รูปลักษณ์ อันได้แก่ David Rojas, Min Young Kang, Robert Jablonski ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Hummer HX และโฉมหน้านักออกแบบทั้ง 3 ท่าน ในวิดิโอคลิปด้านล่างนี้เลย


รูปบนนี้สังเกตดีๆ เห็น iPhone หรือ iPod Touch ไหม ซ้ายมือนั้นไง :)

สนใจดูรายเอียดเพิ่มเติม ไปที่ http://www.hummer.com/