วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

รบเถิด อรชุน !

มหาภารตยุทธ์ หรือ สงครามมหาภารตะ
เป็นมหากาพย์เรื่องยาวที่มีชื่อเสียงของอินเดียโบราณเคียงคู่บุญมากับมหากาพย์รามายณะ หรือรามเกียรติ์(อ่านบล็อค รหัสลับ "รามเกียรติ์") บ้านเรานั้นเอง มหากาพย์สองเรื่องนี้ไม่ใช่วรรณกรรมทั่วๆไป แต่จัดเป็นคัมภรีศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดูเลยทีเดียว กล่าวกันว่าใครอ่านคำภีร์สองเล่มนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ล้างบาปได้!!
สำหรับคนไทยแล้วอาจมีความคุ้นเคยกับเรื่องมหาภารตะน้อยกว่ารามเกียรติ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว 2 เรื่องยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน

นักวิชาการทางประวัติศาสตร์บางสำนัก ให้ความเห็นว่า เรื่องมหาภารตะนี้มีเค้าโครงจากเรื่องจริงในอดีต บ้างก็ว่าเป็นแค่เรื่องแต่ง เนื้อเรื่องว่าด้วยสงครามระหว่างพี่น้องวงศ์กษัตริย์เลือดเนื้อเชื้อไขบรรพบุรุษเดียวกันคือ พวกปาณฑพ(ปาน-ดบ) และ พวกเการพ(เกา-รบ) ปมแห่งความขัดแย้งได้ก่อตัวสะสมเรื่อยมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็กเล็กจนถึงโตเป็นกษัตริย์ปกบ้านครองเมือง

ต้นเหตุหลักๆของเรื่องก็ไม่พ้นเรื่องคลาสสิคแห่งการเกิดสงครามทั่วๆไปคือ ความขัดแย้งเชิงอำนาจ ผลประโยชน์ ความริษยา การชิงดีชิงเด่น ผู้หญิง การพนัน ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในเรื่องก็ได้ชี้ให้เห็นว่า ญาติผู้ใหญ่พยายามหาทางออกทุกทางเพื่อให้ความขัดแย้งได้คลี่คลาย แต่ก็ล้มเหลว เนื่องจากความขัดแย้ง สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลข้ออ้างที่ยากจะกล่าวได้ว่าฝ่ายใดผิดถูกไปกว่ากัน พวกบรรดาญาติสนิทมิตรสหายประชาชนก็แตกแยกแบ่งข้างกันไป แล้วสถานการณ์ได้ยืดเยื้อมาจนถึงจุดที่มิอาจกระทำการประณีประนอมสมานฉันท์อะไรกันได้อีก สงครามเท่านั้น คือทางออก!!

แต่ก็มีบางคนไม่ได้เลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและไม่เข้าร่วมสงคราม อาทิ ท่านพลราม! พลราม เป็นญาติผู้ใหญ่ของคู่กรณีทั้งสองฝั่ง ช่วงที่ทั้งคู่ทำสงครามกัน พลราม ปลีกวิเวก เดินทางท่องเที่ยว ไม่ยุ่งไม่เกี่ยวใดๆทั้งสิ้น น่าคิดว่าเหตุใด พลราม ไม่เลือกเข้าข้างใดข้างหนึ่ง พลราม เป็นผู้มีความเที่ยงธรรมไม่นิยมสงคราม?, เป็นพวกไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดหรือเป็นนักฉวยโอกาสรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์?, เป็นพวกเห็นแก่ตัว-ตัดช่องน้อยแต่พอตัว?, หรือเห็นว่าทั้งสองฝ่ายแย่พอๆกันเลยไม่อยากยุ่งเกี่ยว? หรือไม่กระจ่างในสถานะการณ์เลยตัดสินใจไม่ได้ไม่รู้จะเลือกฝั่งไหนดี ฯลฯ . . .ไม่แน่พลรามอาจเป็นกลางจริง หรืออาจจะเชียร์ฝั่งใดฝั่งหนึ่งอยู่ในใจก็ได้! แต่ยังไงก็ต้องเคารพสิทธิ์ในการเลือกทางของพลราม

ประเด็นที่น่าคิดอีกอย่าง คือพวกที่เข้าร่วมกับฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เข้าไปร่วมเพราะเหตุใด เพราะมีความเข้าใจในสถานะการณ์ถ่องแท้แยกแยะถูกผิดได้ทะลุปรุโปร่งเลยต้องการต่อสู้เพื่อผดุงความถูกต้องชอบธรรมจริงๆ ? เพราะว่าเห็นแก่ที่เงินรับจ้างมาหรือเล็งเห็นผลประโยชน์ส่วนตนบางอย่างจึงเข้าร่วม ? หรือเผอิญทำงานเป็นบ่าวอยู่กับฝั่งใดฝั่งหนึ่งอยู่ก่อนแล้วจึงตกกระไดพลอยโจรนายสั่งไปไหนทำอะไรก็ว่าตามนั้น? ฯลฯ

สองฝ่ายก็ได้รบพุ่งประจัญบานกันที่ทุ่งกุรุเกษตร เป็นเวลาถึง 18 วัน

ฝ่ายพี่น้องปาณฑพ ได้รับชัยชนะ

ผลของสงคราม คือ
พี่ฆ่าน้อง น้องฆ่าพี่ หลานฆ่าอา
ลุงฆ่าหลาน ลูกศิษย์ฆ่าอาจารย์
เพื่อนฆ่าเพื่อน ญาติฆ่าญาติ
ตายกันแบบยกโคตรแทบจะสูญพันธุ์ (Holocaust)!!

และคนที่มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งในกองทัพข้างฝ่ายชนะ คือ ท่านกฤษณะ ชาวฮินดูได้ยกย่องและให้ความเคารพสูงสุดในฐานะ องค์อวตารปางหนึ่งของพระนารายณ์ ที่เรียกว่า "กฤษณาวตาร"

นอกจากนี้แล้วบทสนทนาอันแฝงไปด้วยปรัชญาลึกซึ้งในเชิงการให้กำลังใจและส่งเสริมความฮึกเหิมในการทำสงคราม ของท่านกฤษณะที่ได้เทศนาต่อ พี่น้องปาณฑพตัวเอกคนหนึ่งนามว่า "อรชุน" ที่ครั้นเมื่อเริ่มสงครามได้เกิดอาการท้อแท้หดหู่ไม่อยากออกรบ เพราะเห็นคนที่ตนต้องทำสงครามด้วยนั้นล้วนเป็นญาติสนิทมิตรสหาย บทสนทนานี้ได้ถูกจัดให้เป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู ชื่อว่า. . .

"ภควัทคีตา" (บทเพลงของพระเจ้า)

- คัมภรีนี้มีความสำคัญมาก มหาตามะคานธีให้ความนับถือพระกฤษณะอย่างสูงสุดและนำภัควัทคีตานี้มาอ่านอยู่เนืองนิจเมื่อยามท้อแท้ไม่มีกำลังใจต่อสู้ ในช่วงเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ

- และเคยได้ยินมาว่า ฮิตเลอร์ ได้แจกคำภีร์นี้ให้กองทัพนาซีอ่าน ช่วงที่ทำสงครามโลกครั้งที่สอง

- ในไทยเรา น้าแอ็ด คาราบาว ก็อ่านคำภีร์เล่มนี้เกิดความประท้บ ถึงกับนำมาแต่งเพลง ชื่อ ภควัทคีตาตัวอย่างเนื้อหาของ ภควัทคีตา ในสำนวนเนื้อเพลงของ น้าแอ็ด คาราบาว"รบเถิด อรชุน หากท่านตายในสนามรบ สวรรค์ยังรอท่านอยู่ ยังเปิดประตูรอผู้ปราชัย แม้นหากว่าท่านชนะความเป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้ ทุกพงพื้นปฐพีรอให้ท่านเข้ามาครอบครอง"

ฟังเพลงต้นฉบับ http://kateep.com/music/song/musiconline-id-5944.htm

มีนักคิดท่านหนึ่งให้ทรรศนะอันเป็นมุมมองที่ค่อนข้างแรง...แต่น่าสนใจมาก. . . "แท้จริงแล้ว ภควัทคีตา ก็แค่การพร่ำเพ้อปรัชญาไร้สาระที่สร้างขึ้นเพื่อกล่อมคนหัวอ่อนไม่มีความคิด ชักจูงไปในทางให้นิยมแก้ปัญหาด้วยวิธีรุนแรง การฆ่าฟันทำสงคราม แถมยังหลอกให้เชื่อว่า...เมื่อทำสงครามฆ่าคนดายเป็นเบือเพื่อความถูกต้องแล้ว แม้ตายก็จะได้บุญขึ้นสวรรค์ ภัควัทคีตานี้แหละเป็นรากเหง้าของ การทำสงครามศักดิ์สิทธิ์! สงครามของพระเจ้า! และการก่อการร้าย ภัควัทคีตานี้แหละ มิจฉาทิฏฐิ(ทัศนะอันตราย!)ตัวจริง! ซึ่งขัดกับหลักของพุทธศาสนาอย่างสิ้นเชิง ที่สอนให้มีเมตตา อหิงสา(ไม่เบียดเบียน) หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงทั้งปวง"

แต่โดยส่วนตัวแล้วเราสามารถมองในแง่ดีอีกมุมได้ว่า "ภควัทคีตา" เป็นสุดยอดแห่งคัมภีร์ที่มีศิลปะการประพันธ์และจิตวิทยาชั้นสูงในการปลุกเร้าคน ให้สู้ชีวิต, ให้สู้สิ่งยาก, ฝ่าฟันอุปสรรค์, สร้างสรรค์สิ่งดีงาม(ย้ำอีกที...สิ่งที่ดีงาม!) อย่างเอาชีวิตเข้าแลก อย่าสักแต่ใช้ชีวิตแบบซังกะตายไปวันๆ...(รบเถิด อรชุน)

ถึงแม้ในที่สุดมันไม่สำเร็จก็ไม่ต้องเสียใจโทษชะตาฟ้าดิน จงภูมิใจ เราได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว(ขอให้ทำถึงที่สุดจริงๆก็แล้วกัน)...(หากท่านตายในสนามรบ สวรรค์ยังรอท่านอยู่ ยังเปิดประตูรอผู้ปราชัย) แล้วถ้าทำทำสำเร็จ แน่นอนท่านคือ ผู้พิชิต! ท่านจะเสพผลแห่งความสำเร็จนั้น...(แม้นหากว่าท่านชนะความเป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้ ทุกพงพื้นปฐพีรอให้ท่านเข้ามาครอบครอง)

"มหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่มักมีปมปริศนาให้ตีความได้หลายมุมเสมอ นี่แหละคือเสน่ห์ของมหากาพย์"

" เพราะฉะนั้น รบเถิด อรชุน ! "

- - - - -

1 ความคิดเห็น:

  1. ครับผมว่าเวลานี้ผมคงต้องไปหาอ่าบ้างแล้วครับเพราะธุรกิของผมตอนนี้โดนหางเลขซึนามิทางเศรฐกิจเข้าเต็เปาเลยครับแต่แทนที่จะท้อแท้หมดหวัง ต้องลุกขึ้นสู้จะดีกว่าใช่มั๊ยครับ รบเถิดอรชุน!

    ตอบลบ