แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภัยพิบัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภัยพิบัติ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

ตรา-แตร-ขันทั้ง 7 กลียุค 7 ปี!


ทุกศาสนา-ลัทธิ มักมีคำพยากรณ์เรื่อง การสิ้นยุค-กลียุค-ล้างโลก! ที่เรียกว่า "Apocalypse"

ลองมาดู : แตรทั้งเจ็ด ตราทั้งเจ็ด ขันทั้งเจ็ด กลียุค 7 ปี (จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?)
คำพยากรณ์ในคำภีร์ ไบเบิ้ล... " ฤๅ มันกำลังจะเกิดขึ้นในยุคของพวกเรา! "

จะเกิดอะไรขึ้นแก่มนุษย์โลกในระหว่างกลียุค 7 ปี พระวิวรณ์กล่าวถึง ตราเจ็ดดวง แตรทั้งเจ็ด ขันทั้งเจ็ด ทั้งหมดนี้หมายถึงหายนะภัยทั้งหลายที่จะประเดประดังทยอยเกิดขึ้น... (มีคนใจดีอุตสาห์ตัดต่อ-เรียบเรียงเป็นคลิปแชร์ในยูทูป...เจ๋งดี )...โปรดใช่วิจารณญาณ :)

- ตราทั้ง 7 -

เนื้อความ
ตอนหนึ่งในวิดิโอคคลิป..สะท้อนความจริงได้อย่างคมคาย...
ถาม : ทำไม เขา
(ผู้สร้างความขัดแย้งในสังคม-ก่อสงคราม) ถึงมีอำนาจมากขนาดนั้น?
ตอบ : เพราะเขารู้ที่จะนำมาซึ่งความเกลียด!

ตราที่1 วิวรณ์ 6:1 หมายถึงปรปักษ์พระคริสต์ ซึ่งจะบรรดาลสิ่งสารพัดเลวร้ายให้เกิดขึ้น
ตราที่2 วิวรณ์ 6:3 สันติภาพสูญหายไปจากโลก เกิดสงคราม การรบราฆ่าฟันแผ่ขยายไปทั่วทั้งโลก
ตราที่3 วิวรณ์ 6:5 ความอดอยากมีอยู่ทั่วไป
ตราที่4 วิวรณ์ 6:7 มนุษย์ชาติตาย 1ใน4 ด้วยคมดาบ โรคระบาด
ตราที่5 วิวรณ์ 6:9 ผู้ที่มีความเชื่อในพระคริสต์ จะถูกสังหารผลาญชีวิต แต่ในที่สุดจะได้ชีวิต
ตราที่6 วิวรณ์ 6:12 เกิดแผ่นดินไหว ดวงอาทิตย์อับแสง พระจันทร์สีเลือด ดาวตกลงบนแผ่นดิน
ตราที่7 วิวรณ์ 8:1 ความเงียบเข้าครอบคลุมสวรรค์นานครึ่งชั่งโมง

ความหมายของแตรทั้ง 7 (วิวรณ์บทที่ 8-11)

- แตรทั้ง 7 -


แตรที่1
ลูกเห็บและไฟตก เกิดความเสียหายมากมาย ต้นไม้ 1ใน3 ของโลกไหม้ หญ้าเขียวสดไหม้หมดสิ้น
แตรที่2 ทะเลถูกทำลายลง 1ใน3 ของสัตว์น้ำตาย เรือสินค้าทั่วโลกถูกทำลาย 1ใน3
แตรที่3 คนจำนวนมากตายเนื่องจากน้ำมีสารพิษเจือปน
แตรที่4 ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ถูกทำลาย 1ใน3 เป็นเหตุให้อุณภูมิผันแปรอย่างหนัก
แตรที่5 ซาตานซึ่งจะใช้อำนาจของมันทรมานคนที่ไม่มีเครื่องหมายของพระเจ้า หรือคนที่ไม่ได้รับความรอด
แตรที่6 มนุษย์ชาติ 1ใน3 จะต้องตายลงอีก ในจำนวนนั้นเป็นทหารถึง 200 ล้านคน
แตรที่7 ราชอาณาจักรในโลกนี้จะกลับเป็นอาณาจักรของพระเยซูคริสต์ แล้วพระองค์จะครอบครองเป็นนิจนิรันดร์

ในระหว่างนี้ ปรปักษ์พระคริสต์จะก้าวขึ้นมาแสดงตัวมีบทบาทสำคัญยิ่ง มนุษย์ชาติต่างเกรงกลัวฤทธิ์เดชานุภาพของมัน และยอมตัวเป็นบริวาร เป็นทาสรับใช้ มนุษย์ที่เหลือต่างปล่อยตัวมัวเมาในกามกิเลสตัณหา และความชั่วร้าย สุดที่จะพรรณนา จนกระทั่งทูตสวรรค์ต้องนำขันแห่งพระพิโรธ 7 ใบ เทบนโลก ความหมายของขันทั้งเจ็ด มีดังนี้ (วิวรณ์บทที่ 16)

- ขันทั้ง 7 -


ขันที่1 เกิดโรคระบาด เป็นแผลร้ายที่ร้ายกาจเสียยิ่งกว่ามะเร็ง แผลหนองทั่วไป
ขันที่2 สิ่งมีชีวิตในทะเลตายหมด เพราะน้ำทะเลเน่าเหม็นเหมือนเลือดของคนตาย
ขันที่3 น้ำจืดกลายเป็นเลือด และมนุษย์ต้องดื่มเลือดแทนน้ำ
ขันที่4 ความร้อนแรงของแสงอาทิตย์แผดเผาแผ่นดินโลกจนแห้งกรอบ มนุษย์กลับยิ่งแช่งด่าพระเจ้า
ขันที่5 มนุษย์ได้รับการทรมานอย่างแสนสาหัส ขนาดต้องกัดลิ้นตัวเอง เพราะบาดแผลร้ายทั่วตัว แต่พวกเขาก็ยังไม่สำนึกผิด
ขันที่6 การเตรียมตัวของซาตานมารร้าย เพื่อทำสงครามโลกครั้งสุดท้าย คือสงครามอาร์มาเกดโดน มันจะเข้าหาผู้นำประเทศต่างๆ เพื่อบังคับแกมขอร้องให้เข้าร่วมเป็นพันธมิตร
ขันที่7 เกิดวิบัตินานาชนิด แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดที่โลกเคยประสบ ลูกเห็บก้อนใหญ่ขนาดก้อนละ 50 กิโลกรัม คนจำนวนมากจะตาย ทรัพย์สินเสียหายเหลือคณา เกาะทั้งเกาะจะจมหาย.

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

แผ่นดินไหว-สึนามิ-ฝูงปลานับล้าน?

หลังเหตุการณ์ แผ่นดินไหว-สึนามิ ถล่ม ญี่ปุ่น...อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา "ดร.สมิทธ ธรรมสโรช" เผยประเทศไทยอาจมี แผ่นดินไหว-สึนามิ เกิดขึ้นอีกก็ได้ "พ้อไม่ค่อยอยากเตือน เพราะมักถูกอัดกลับทุกครั้ง ว่าสร้างกระแสความแตกตื่นตระหนก" ...ชี้ เมืองไทย มี 93 รอยเลื่อน ที่ยังไม่ตาย

ในส่วนของประเทศไทยบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตกอาจจะเกิดสึนามิและแผ่นดินไหวได้อีก เพราะมีรอยเลื่อนในมหาสมุทรอินเดีย ส่วนที่ว่าจะมีอาฟเตอร์ช็อคอีกครั้งในญี่ปุ่นจะไม่ส่งผลประทบกับไทยแน่เพราะเป็นคนละรอยเลื่อนกับไทย

แต่รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์นั้นน่าเป็นห่วง และก็มีรอยเลื่อนที่ยังไม่ตายในฝั่งไทยค่อนข้างมากถึง 93 รอยเลื่อน ทั้งที่ จ.เชียงใหม่ จ.ตาก ถ้าเกิดแผ่นดินไหวใหญ่อีกครั้งสามารถสร้างความเสียหายได้เช่นกัน

.......................................

กรณีฝูงปลานับล้าน เกี่ยวข้องกับ แผ่นดินไหว-สึนามิ ???

ปลาตายนับล้าน! ที่ ชายหาด Redondo แคลิฟอเนีย เมื่อ 8 มี.ค 2011 (ก่อนหน้า แผ่นดินไหว-สึนามิ ญี่ปุ่น 2 วัน) นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐาน ณ วันเกิดเหตุ คงเพราะขาดอากาศหายใจ







.......................................

ฝูงปลาซาร์ดีนดำทะมึนล้นหาดเม็กซิโก เมื่อ 11 มึ.ค. 2011 (วันเดียวกันกับเกิดแผ่นดินไหว-สึนามิ ญี่ปุ่น) หลายคนสันนิษฐานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นผลพวงมาจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศ ญี่ปุ่น หรืออีกฟากฝั่งของมหาสมุทร ส่งผลให้ปลาซาร์ดีนหลงทิศและยังจับกลุ่มกันมาถึงชายหาดดังกล่าว และ กรณีของปลาตายนับล้านที่แคลิฟอเนีย ก็น่าจะเกี่ยวโยงด้วยเช่นกัน










วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อีก 6 องศา โลกาวินาศ


แค่อุณหภูมิร้อนเพิ่มขึ้นเพียง 6 องศา โลกาวินาศ! เลยหรือ? ฟังดูเว่อร์เหลือเชื่อ?

*** ประเด็นต้นเหตุวิกฤติโลกร้อน นักวิทยาศาสตร์ยังถกเถียงมีทัศนะแตกต่างกันอยู่เป็น 2 พวกใหญ่
- พวกหนึ่งว่า วิกฤติโลกร้อนเป็นเพราะผลจากน้ำมือมนุษย์โดยตรง
- อีกพวกว่าเป็นไปเองตามธรรมชาติ โลกร้อนตามรอบของตัวมันเอง มนุษย์ไม่เกี่ยว หรือถึงเกี่ยวบ้างก็น้อยนิดมาก...???




จากภาพยนต์สารคดีของ National Geographic ชุด "Six Degrees could change the world" และ"หนังสือ Six Degrees โลกาวินาศ" รวมทั้งสื่อทำนองเดียวกันที่เกี่ยวข้องอีกหลายสำนักทั้งในเทศและต่างประเทศ...นักวิทยาศาสตร์ต่างได้วิเคราะห์คาดการณ์สภาวะวิกฤติโลกร้อน หากโลกร้อนขึ้นทีละองศา จะส่งผลกระทบอะไรตามมาบ้าง สรุปย่อได้ดังนี้ ( ***อาจงง ว่าปกติโลกก็เปลี่ยนอุณหภูมิทุกวันอยู่แล้ว...เพิ่มขึ้นทีละองศาในที่นี้จึง หมายถึงเพิ่มขึ้นจากมาตรฐานอุณหภูมิโลกเดิม โดยคำนวณอุณหภูมิจากสถิติโดยเฉลี่ยของทุกๆฤดูที่เคยเป็นมาในอดีต...)

+1 องศา
- อากาศร้อนจัด เกิด ไฟป่า สัตว์ไม่มีที่อยู่อาศัย-สูญพันธุ์เกิดขึ้นที่ทวีปออสเตรเลีย
- น้ำแข็งบนยอดเขาทยอยละลาย เกิดน้ำท่วมและแลนด์สไลด์(แผ่นดินถล่ม)หลายแห่งทั่วโลก
- เกิดเฮอร์ริเคนทางตอนใต้ของมหาสมุตรแอตแลนติกถี่และรุนแรงขึ้น เช่น เฮอร์ริเคน แคทริน่า ไซโคลนรุนแรงถล่มยุโรป และแถบเมดิเตอร์เรเนียน
- เกิดคาร์บอนมากเกินขอบเขต ทำให้น้ำทะเลเป็นกรดกัดกร่อนปะการังอันเป็นที่อาศัยของปลาทั้งหลายเปื่อยตายจำนวนมาก
- อเมริการ้อนและแห้งแล้งมากยิ่งขึ้น บางพื้นที่เคยเลี้ยงสัตว์ได้จะกลายเป็นทะเลทราย เช่นที่ The Sand Hills นำมาสู่ปริมาณอาหารลดน้อยจนเกิดภาวะขาดแคลน


+2 องศา
- น้ำแข็งอายุ 150,000 ปีบนกรีนแลนด์จะหายไป ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น หมีขั้วโลกและสัตว์อีกหลายชนิดจะสูญพันธุ์
- กรุงเทพฯ และเมืองชายฝั่งในอีกหลายประเทศเริ่มมีน้ำทะเลหนุนทะลักเข้าเมืองน้ำท่วมบ่อยขึ้นบางจังหวัดชายทะเลจมน้ำถาวร!
- ทางใต้ของจีนน้ำท่วมหนักบ่อยขึ้น แต่ทางเหนือกลับแห้งแล้งขาดแคลนน้ำเพาะปลูกไม่ได้ทั้งเกิดพายุทรายบ่อยครั้ง
- มรสุมและน้ำท่วมรุนแรงยิ่งขึ้นแถบอินเดีย บังกลาเทศ ผู้คนจะต้องลำบาก ขาดอาหาร ไร้ที่อยู่อาศัย ที่เนปาล ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยละลายเกิดดินโคลนถล่มไหลท่วมบ้านเรือน
- เกิด Killer Heatwave หรือ คลื่นความร้อนแห่งความตาย ที่แถบยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียน เช่นที่เคยเกิดมาแล้วเมื่อปี 2003 คนตายหลายหมื่นคน และจะเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ การเพาะปลูกจะทำได้อย่างอยากลำบากขึ้นเนื่องจากขาดแคลนน้ำ
- อเมริกาใต้ เช่น เปรู เอลซัลวาดอร์ โบลิเวีย จะไม่มีน้ำให้ใช้ในพื้นที่อีกต่อไป เพราะ น้ำจากธารน้ำแข็งละลายลงทะเลจนหมดสิ้น
- สัตว์ทะเลที่เคยช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำทะเล เช่นแพลงตอน สัตว์น้ำตัวจิ๋วซึ่งผลิตออกซิเจนมากถึงครึ่งหนึ่งของโลกจะดำรงชีวิตอยู่ได้ยากขึ้นทยอยสูญพันธุ์ รวมถึงสัตว์ที่ดูดซับคาร์บอนฯเพื่อแปลงเป็นเปลือกผิวแข็งของตัวเอง อย่างปู เม่นทะเล หอย ปะการัง ฯลฯ จะทำเช่นนั้นไม่ได้อีกเพราะถ้าน้ำมีคาร์บอนมากจนเกินไปจะแปรสภาพเป็นกรดกัดผิวสัตว์น้ำเหล่านี้จนตาย และทยอยสูญพันธุ์ในที่สุด


+3 องศา
- เกิดความแห้งแล้งและไฟป่าขนานใหญ่บริเวณป่าอเมซอนอันเป็นปอดแห่งใหญ่ที่สุดในโลก และเมื่อป่าแล้งจัดต้นไม้จะไม่สามารถดูดซับคาร์บอนและปล่อยอ็อกซิเจนได้เหมือนเคย แต่จะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแทนที่ ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายหนักขึ้นไปอีก
- ปากีสถาน ขาดแคลนน้ำ เพราะน้ำจากเทือกเขาละลายลงทะเลจนหมดสิ้น อาจนำไปสู่ปัญหาแย่งชิงทรัพยากรกับประเทศเพื่อนบ้าน
- แม่น้ำโคโลราโด ในประเทศอเมริกาจะเหือดแห้ง ขาดแคลนน้ำ และอาหาร
- ระดับน้ำทะเลขยับตัวสูงขึ้นอีก นิวยอร์กจะเจอน้ำท่วมอย่างหนัก (เป็นที่รู้กันว่าเมืองหลวงใหญ่อย่างนิวยอร์กและหลายๆเมือง มีระบบขนส่งมวลชน ระบบไฟฟ้า อยู่ใต้ดินจำนวนมาก...)
- น้ำแข็งแถบขั้วโลกเหนือจะละลายหายไปถึง 80% กระทบชีวิตคนและสัตว์มากมาย และหลายเมืองทั่วโลกเริ่มทยอยจมน้ำ

- ป่าอเมซอนที่เคยชุ่มชื้นจะมอดไหม้และปล่อย CO2 หนักกว่าเดิม -
+4 องศา
- ยุโรปร้อนแห้งแล้ง ร้านกาแฟริมถนนอับเฉาไร้นักท่องเที่ยว อังกฤษอากาศร้อนขึ้นมากและเจอพายุไซโคลนถล่มบ่อยๆ
- เมืองใหญ่หลายเมืองทั่วโลกจมน้ำถาวร อย่าง เวนิส มัมไบ ไมอามี่ บอสตัน ลอนดอน อเล็กซานเดรีย รวมทั้ง กรุงเทพฯ!
- ผลผลิตทางเกษตรอาจลดลง 40% โลกประสบภาวะขาดแคลนอาหาร
- น้ำแข็งที่ไม่เคยละลายอย่างในทวีปแอนตาร์กติกา (ขั้วโลกใต้) จะเริ่มละลาย


+5 องศา
- น้ำทะเลเป็นพิษ เกิดสึนามิบ่อยเป็นว่าเล่นทั่วโลก
- ทะเลทรายแผ่ขยายทั่วโลก
- ผู้คนต้องอพยบหาที่อยู่ใหม่ เกิดความโกลาหลสู้รบยิ่งชิงพื้นที่และทรัพยากร มนุษยชาติอาจต้องย้ายไปอยู่ขั้วโลกใต้แทน ใครไม่สามารถย้ายไปได้ก็ต้องรอวันตายไปตามยถากรรม


+6 องศา
ความเลวร้ายโกลาหลทางธรรมชาตินานัปการ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สึนามิ อุทกภัย วาตภัย ภัยแล้ง ฯลฯ จะอุบัติขึ้นอย่างถี่ยิบพร้อมๆกัน ทั่วผืนโลก จนไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกหรือไม่ หรือโลกอาจถึงขั้นต้องกลายเป็นเพียงดาวเคราะห์ร้างที่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตเหมือนดาวใกล้เคียงอย่าง ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ???

ปล. ***ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับ ภัยโลกร้อน-โลกาวินาศ-กรุงเทพฯและบางจังหวัดของไทยจมน้ำ อีกชุด... สนใจดูได้ที่หัวข้อเก่า 21:12:2012 )

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

หลังมนุษย์สูญพันธุ์



โลกใบนี้จะมีสภาพเช่นไรถ้าเหล่ามนุษยชาติยุคปัจจุบันมีอันต้องสูญพันธุ์! จะด้วยเหตุอันใดก็ตาม!


หาคำตอบได้จากภาพยนตร์สารคดีเรื่องพิเศษ "LIFE AFTER PEOPLE " ที่ได้รับความนิยมและมีจำนวนผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์การออกอากาศของช่องโทรทัศน์ The History Channel มากถึงกว่า 5.4 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา...

สารคดี Life After People (มีDVDพากย์ไทยขาย ถ้าสนใจ น่าจะยังพอหาได้)


เมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อย-หลายพัน-จนถึงหมื่นปี ตึกอาคารสูงระฟ้าขนาดใหญ่หลายแห่งได้ร้างกลายเป็นระบบนิเวศน์ใหม่ที่เต็มไปด้วยนก หนูและพืชพันธุ์นานาชนิดอาศัยอยู่ สัตว์ที่มีขนาดเล็กชนิดใดชนิดหนึ่งอาจสามารถทำลายเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้ายักษ์อย่าง "ฮูเวอร์" ลงได้ แม่น้ำหลายสายจะเอ่อล้นจนท่วมสะพานและตึกรามบ้านช่อง หมีป่าที่เคยอาศัยอยู่ในป่าแถบแคลิฟอร์เนีย และฝูงวัวกระบือต่างพากันอพยพมาอยู่ในพื้นที่ราบขนาดใหญ่ทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ...

รถยนต์ของเราจะค่อยสลายและกลายเป็นเศษฝุ่น บ้านของเราจะถูกยึดครองโดยสัตว์ต่างๆ หลักฐานทางประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่มนุษย์เพียรพยายามบันทึกในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ภาพถ่าย ดิจิทัล ฯลฯ จะค่อยๆเลือนหายไป ทุกอย่างจะกลายเป็นฝุ่นผง เหลือไว้เพียงแต่หลักฐานเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกว่ามนุษย์เราเคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้(หรืออาจไม่เหลืออะไรเลย ?)...

ครั้งหนึ่งโลกอาจเคยมีอารยธรรมที่เจริญล้ำสุดขีด(ซึ่งอาจสร้างขึ้นโดยส่งมีชีวิตทรงปัญญาที่ไม่ได้มีหน้าตาแบบมนุษย์เราปัจจุบันก็ได้?) แล้วมีเหตุบางอย่างที่ต้องล่มสลายหายไปจนแทบไม่เห็นซากทำนองเดียวกับที่ DVD ชุดนี้ได้นำเสนอ แล้วโลกก็วิวัฒนาการใหม่จนเกิดสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาแบบมนุษย์(หรือเหนือกว่า?)ขึ้นมาอีกครั้ง เริ่มต้นพัฒนากันใหม่(อาจมีการต่อยอดจากอารยธรรมมนุษย์เดิม หรืออาจเริ่มใหม่หมด?) พัฒนาไปสู่จุดรุ่งเรืองสุดขีด แล้วก็ล่มสลาย รุ่งเรือง ล่มสลาย หมุนเวียนสลับไปเรื่อยๆไม่จบไม่สิ้น...เพื่ออะไร(ต้องไปถามพระเจ้า)?

วันหนึ่งซากกระดูกของพวกมนุษย์เราอาจเป็นแค่ตัวประหลาดแห่งยุคดึกดำบรรพ์สำหรับสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาชนิดใหม่ที่จะมาแทนพวกเรา!

- ภาพ Capture บางส่วนจาก DVD -

ดาวดวงนี้จะยังดำเนินต่อไป ถึงแม้ไม่มีเรา !

ในอดีตเคยมีโลกก่อนที่มนุษย์กำเนิดมาแล้ว

มันย่อมมีโลกที่มนุษย์จากไปเช่นกัน

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

21-12-12 กทม.จมน้ำ-วันสิ้นโลก?


สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย และมวลน้ำกำลังมุ่งหน้าโจมตีเมืองหลวงของไทยอยู่ในขณะนี้ ว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่รุนแรงเพิ่มขึ้น


รายงานเปิดเผยว่า เหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์สถานการณ์คล้ายกันว่า ในอีก 39 ปีข้างหน้า หรือปี ค.ศ.2050 ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้น 19-29 เซนติเมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากทะเลเพียง 30 กิโลเมตร

ทั้งนี้รายงานข่าวอ้างคำพูดของ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ว่า ถ้ายังไม่มีมาตรการใดๆ เลย ภายใน 50 ปีข้างหน้านี้ พื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จะอยู่ใต้ระดับน้ำทะเล

โดยธนาคารโลก, ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และธนาคารแห่งญี่ปุ่นเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ (JBIC) ระบุว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นยังไม่ใช่แค่ปัญหาเดียว แต่การขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคของโรงงานอุตสาหกรรมและคนเมืองหลว ยังส่งผลให้พื้นดินเขตกรุงเทพมหานครทรุดต่ำลงเฉลี่ยปีละ 10 เซนติเมตรในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ผลการศึกษาซึ่งเผยแพร่ในปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตารม เดวิด แม็คคอลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของเอดีบี กล่าวว่า “ไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้อีกแล้ว กรุงเทพมหานครจะไม่ยกตัวสูงขึ้นอีก”

ด้าน ฟรองซัวร์ มอลล์ ผู้เชี่ยวชาญการจัดการน้ำจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งฝรั่งเศส ให้ความเห็นว่า การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กรุงเทพได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรงมากขึ้น ในอนาคตกรุงเทพจะต้องจมอยู่ใต้น้ำอย่างแน่นอน แต่คำถามสำคัญก็คือ เมื่อไหร่


- คลิป นักวิชาการไทยให้ความรู้ กทม.จมน้ำ -
ภัยพิบัติโลก-











กระแส น้ำท่วมโลกเคยเป็นประเด็นโด่งดังและตื่นตระหนกกันอย่างมาก ในปี 2000 ตามความเชื่อในคำทำนายของนอตราดามุส, คำภีร์ไบเบิ้ล, และเจ้าลัทธิบางท่าน ส่งผลให้หลายคนแตกตื่นตระเตรียมข้าวของอพยพหาที่อยู่ใหม่ แต่ผลไม่เป็นตามนั้น นั่นคือ "ไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

ดูภาพใหญ่คลิก http://flood.firetree.net/?ll=15.5701,100.0745&z=10&m=14

มาวันนี้กระแสตื่นกลัวน้ำท่วมโลกกลับมาอีกครั้ง ด้วยสภาวะโลกร้อนตามหลักวิทยาศาสตร์ซึ่งไม่ใช่แค่คำทำนายลอยๆจากผู้วิเศษลึกลับ น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลายส่งผลให้ปริมาณน้ำในทะเลเพิ่มขึ้น ผู้ทรงคุณวุฒิที่น่าเชื่อถือหลายท่านหลากสำนักทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ผู้เคยพยากรณ์เรื่อง จะเกิดสึนามิในภาคใต้ อย่างถูกต้องมาแล้ว ต่างออกมาพยากรณ์เตือนว่า อีกไม่เกิน อย่างเร็ว 8ปี อย่างช้า30 ปี(นับจากปี2008) กรุงเทพและอีกหลายจังหวัดในไทยจะจมน้ำอย่างแน่นอน(จมถาวรไม่ใช่น้ำท่วมชั่วคราว!) แผนที่ด้านบน สีน้ำเงินเข้มคือ บริเวณที่จะจมน้ำ

"ผมไม่ใช่หมอดู แต่มันคือ "หน้าที่" "หน้าที่ผมคือการเตือนภัย โอกาสผิดก็มี...แต่โอกาสถูกมีมากว่า" ดร.สมิทร ธรรมสโรช

กรมแผนที่ทหารบอกว่า ขณะนี้อัตราเฉลี่ยการทรุดตัวของ กทม. อยู่ที่ปีละ 5-8 ซม. ซึ่งถ้าเป็นจริงอย่างที่บอก อีก10 กทม.จะทรุดลองอีก 50 ซม. ผนวกกับ 10 ปีระดับน้ำที่ทำนายไว้ว่า จะสูงขึ้นมาประมาณ 1 เมตร นั้นหมายความว่า กทม.จะจมอยู่ใต้น้ำราว 1.5-2 เมตร ส่วนบางปะกง ฉะเชิงเทรา ปากน้ำ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม พื้นที่เหล่านี้ก็จะมีน้ำท่วมหมดเลยเช่นกัน เพราะพื้นที่นี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงนิดเดียว


สำหรับประเทศไทยเรา ถ้าภาคประชาชน - เอกชน - รัฐ ไม่ละเลยกรณีปัญหานี้จนเกินไป ศึกษาอย่างจริงจัง ถ้ามีแน้วโน้วจะเป็นจริง คงจัดหาทคโนโลยีมาช่วยได้ (หรือจะย้าย กทม.? ย้ายวัดพระแก้ว?) อย่าให้เป็นอย่าง สึนามิ เพราะกรณีนี้ทั้งนักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศและ ดร.สมิทร(ซึ่งไม่ใช่หมอดูนั้งเทียน) ได้มาเตือนล่วงหน้าบ้างแล้วว่าเป็นไปได้แต่ไม่มีใครฟัง เห็นว่าเป็นเรื่องตลกฟุ่งซ่านไป ผลก็อย่างเป็นที่รู้กัน *แต่ก็ไม่ควรตระหนกเกิเหตุ


. . . . . . . . . . . . . . . . . .

มีคำทำนายอีกชุด บอกว่าเหตุการณ์เมืองจมน้ำนี้จะเกิดขึ้นอีกแค่ 4 ปีเท่านั้น
นั้นคือคำทำนาย 2012!! นอกจากเหตุผลทางสภาวะโลกร้อนที่เป็นกระแสหลักแล้ว เหตุผลอื่นๆที่สนันสนุนคำทำนาย 2012 ทั้งวิทยาศาสตร์-ไสยศาสตร์ ดังต่อไปนี้ (ข้อมูลจากคัดลอกมากจากเว็บไซต์หลากหลากแหล่ง โปรดใช้วิจารณญาณ)

Episode 1. ปี 2012 แกนโลกพลิกตัว(Pole Shift)

โลกและดวงอาทิตย์ ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดจนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน สัตว์จำพวกไดโนเสาร์ได้สูญพันธุ์ไปในช่วงเวลานั้น ปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัวที่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน แต่ในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้ ซึ่ง NASA เคยนำคำพูดที่น่ากลัว มากล่าวถึงในที่สาธารณะเกี่ยวกับการพลิกกลับขั้ว จะทำคุณสมบัติของแม่เหล็กของโลกอ่อนแอและเบี่ยงเบนไป เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาดังต่อไปนี้

1. ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ ,computer)

2. การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก

3. ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น, เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่มและน้ำท่วม พื้นที่บางจุดของโลกจะจมน้ำถาวร

4. สนามแม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับอันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา

5. กลุ่มวัตถุในอวกาศมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

. . . . .

Episode 2. พลังจิต
นาย กอร์ดอน (Gordon-Michael Scalion) ชาวอเมริกันที่เคยเสียชีวิตเมื่อปี 1979 แต่กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากฟื้นเขาอ้างว่า ได้รับพรสวรรค์ที่หยั่งรู้อนาคต เขามักจะเดินทางไปอยู่บนพื้นที่สูงๆบนภูเขา แล้วมองลงมาเห็นภาพในอนาคต โดยเฉพาะภาพของเมืองที่เปลี่ยนไป และโลกที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ คนที่เชื่อถือนายกอร์ดอนนั้นมีไม่น้อย เพราะเขาได้เคยฝากผลงานการทำนายที่แม่นยำเอาไว้ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวในลอส แองเจอริส เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2535, เหตุการณ์แผ่นดินไหวในแคลิฟอร์เนียเมื่อมกราคม 2537 รวมอีกหลายเหตุการณ์ที่เขาทายไว้แล้วก็ถูกเผง แต่ที่น่าตื่นเต้นที่สุด ก็เห็นจะเป็นการทำนายเมื่อปี พ.ศ.2521 ซึ่งเขาเห็นตัวเองลอยอยู่เหนืออวกาศ แล้วมองลงมาบนโลก ด้วยภาพแผนที่โลกใหม่ เขาจึงใช้เวลาอยู่ 4 ปี ที่จะร่างแผนที่โลกอนาคตที่เห็นคนเดียวนั้นออกมาสู่สายตาชาวโลก พร้อมทั้งให้คำอธิบายไว้ว่า โลกที่แปรเปลี่ยนไปนี้จะเกิดจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ทำให้ทวีปของโลกเคลื่อนไปหมด และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ.2012 หรือ พ.ศ.2555 นั่นเอง

สำหรับเอเชีย-ประเทศไทย จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้เกิดน้ำท่วมตั้งแต่ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ไปจนถึงทะเลแบริ่งซึ่งอยู่ระหว่างอะลาสก้ากับรัสเซีย เกาะญี่ปุ่นจึงจะจมหายไปหมด เหลือไว้แค่ 2-3 เกาะเท่านั้นญี่ปุ่นส่วนใหญ่และไต้หวันกับเกาหลีก็จะหายจมไปในทะเล ดังนั้นแนวฝั่งของจีนก็จะร่นเข้าไปในแผ่นดินใหญ่หลายร้อยไมล์ทีเดียว อินโดนีเซียจะถูกทำลาย เช่นเดียวกับฟิลิปินส์ เอเชียจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สูงมากเพราะตั้งอยู่บน 3 ทวีป ส่วนไทยนั้นอยู่บนแผ่นทวีปของ ยูเรเซี่ยน ซึ่งจะเกิดการยกตัวให้สูงขึ้น แผ่นแปซิฟิกจะเคลื่อนไป 9 องศา ดังนั้น บางส่วนจะมุดตัวลง บางส่วนจะยกตัวขึ้นผลสรุปการทำนายก็คือ ประเทศไทยจะยังเหลืออยู่บางส่วนตามภาพแผนที่ ที่ขยายแยกออกมา ประเทศไทยจะเหลือมากที่สุดคือภาคเหนือ ส่วนอีสานบางส่วนและภาคใต้จะจมลงไปในทะเลพร้อมกับมาเลเซีย สิงคโปและอินโดนีเซีย ส่วนชายฝั่งทะเลจะมาอยู่ที่ชัยภูมิ เพรชบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัยและตาก และแม่น้ำโขงจะกลายเป็นทะเล

. . . . .

Episode 3. ปฏิทินเผ่ามายา

ปฏิทินมายา กล่าวว่า วันที่ 21-12-2012 เป็นวันที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ คือ วันวิปโยคสิ้นโลก! เผ่ามายาอยู่ทางทวีปอเมริกาเหนือ มีการสืบสายวัฒนธรรมรวมถึงสิ่งก่อสร้าง ปิรามิด และวัดนับพันแห่ง มีปฏิทินของตนเองที่ได้รับการพิสูจน์ถึงความถูกต้องทางดาราศาสตร์ มากกว่าพันปีปฏิทิน ความเชื่อของชาวมายาจึงได้รับการพิจารณาว่าเป็นกุญแจพิศวง ด้านจิตวิญญาณ สำคัญของคนแถบอเมริกาเหนือ...

...***นักแปลอักษรโบราณผู้เชี่ยวชาญเผย... ชาวตะวันตกถอดความปฏิทินชนเผ่ามายาผิด ชี้ที่จริงโลกไม่แตก แต่อาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เท่านั้น...สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 2 ธ.ค. ว่า ข้อความจารึกที่วัดของชนเผ่ามายา ในทอร์ทูกัวโร ซึ่งเคยถูกตีความไว้ว่า 2012 จะเป็นปีที่โลกถึงวันดับสูญ จากมหาภัยพิบัติต่าง ๆ อาทิ หลุมดำดูดกลืน ความร้อนจากดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์พุ่งชน หรือะไรก็ตาม แต่ล่าสุด สเวน โกรเนเมเยอร์ นักแปลอักษรโบราณผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมนี จากมหาวิทยาลัยลาโทรบ ในออสเตรเลีย เผยว่า "มีความเป็นไปได้สูงว่า การถอดความนั้นมีความคลาดเคลื่อน อาจจะไม่ใช่คำทำนายวันโลกาวินาศ แต่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่" ส่วนการถอดความวันสิ้นโลก เป็นการแปลความหมายแบบผิดๆ ของชาวตะวันตก ซึ่งก่อให้เกิดความตื่นกลัวกันไปเองทั้งนี้ เมื่อปลาย พ.ย.ที่ผ่านา มีรายงานว่า ปฏิทินของชนเผ่ามายา ไม่ได้มีเพียงแค่ชิ้นเดียว แต่ชิ้นที่ 2 ทางการเม็กซิโก ได้เก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดีมานานหลายปีแล้ว...

- ภาพยนตร์ 2012 น้ำท่วมโลก-โลกาวินาศ ตามคำทำนายปฏิทินมายา -