แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อวกาศ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อวกาศ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ครบรอบ 50ปี! มนุษย์คนแรกเหยียบดวงจันทร์


★ 50th anniversary of the moon landing ★

1969-2019 ครบรอบ 50ปี! | มนุษย์คนแรกเหยียบดวงจันทร์
Apollo11 | Timeline ย่อ

July 16,1969: เริ่มทะยานออกจากโลก 
July 19,1969: ถึงดวงจันทร์-โคจรรอบๆ 
July 20,1969: ลงเหยียบดวงจันทร์สำเร็จ
July 21,1969: ทะยานออกจากดวงจันทร์
July 24,1969: กลับถึงโลก-สิ้นสุดภารกิจ

-- NASA จะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์อีกครั้ง ในปี 2024 และเป้าหมายจากนั้นคือ ดาวอังคาร --


★ รำลึกชม คลังภาพถ่าย(ของจริง)อย่างเป็นทางการจากโครงการ Apollo ไปดวงจันทร์ **นับหมื่นรูป! ** ที่ https://www.flickr.com/photos/projectapolloarchive/albums

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

Jeff Bezos แห่ง Amazon.com กับโครงการ อาณานิคมอวกาศ

อภิมหาเศรษฐี Jeff Bezos แห่ง Amazon.com และอีกบริษัทของเขา อันเป็นบริษัทด้านอวกาศโดยเฉพาะ ในชื่อ Blue Origin ... เผยมีโครงการ จะสร้าง อาณานิคมอวกาศ! หรือ Space Colony ในอนาคต ... อันได้แรงบันดาลใจเบื้องต้นมาจากไอเดีย อาณานิคมอวกาศ ที่เรียกว่า "O'Neill cylinder" หรือ "O'Neill colony" ต้นฉบับโดยอาจารย์ฟิสิกส์ นาม Gerard O’neill ซึ่งท่าน O’neill ซึ่งคิดไว้นานแล้ว ตั้งแต่ปี1976 ในหนังสือทีชื่อ "The High Frontier: Human Colonies in Space" ...

... ไอเดีย Space Colony ก็คือ นิคมกลางอวกาศ ที่ภายในมีระบบแรงโน้มถ่วงเทียม-ระบบเมือง-ระบบเกษตรกรรม-ระบบอุตสาหกรรม-ระบบนิเวศที่เกี่ยวเนื่องต่อการดำรงชีวิตต่างๆ ฯลฯ เรียกว่า มีครบแทบทุกอย่าง ไม่ต่างจากบนโลก เพียงแต่ทุกอย่างบนนั้น จะถูกสร้างขึ้นมาใหม่แทบทั้งหมด ทั้งอยู่ภายใต้การควบคุม และอีกจุดเด่นสำคัญมากที่ Bezos แถลงก็คือ บนนั้นมันจะไม่มีภัยธรรมชาติต่างๆแบบบนโลก (อุทกภัย,พายุ,แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ) ... [[ * ใครนึกไม่ออก ก็ประมาณๆ ที่มีปรากฏในหนังไซไฟ อย่าง Elysium(2013) หรือ Interstellar(2014) หรือ StarTrekBeyond(2016) เป็นต้น ]] ...

-- ฉาก Sapce Colony ในหนัง Elysium(2013) --

... โดย Bezos คาดหวังไว้ว่า โครงการ Space Colony ข้างต้นนี้ จะสามารถย้ายมนุษย์ไปอาศัยอยู่ ได้ถึง 1ล้านล้าน! คน ... ก็จัดเป็นอีก อภิมหาโปรเจคสุดอลังการ ซึ่งจะต้องใช้ทุนสูง+ใช้วิวิทยาการขั้นสูง+และทรัพยากรที่สูงมากกกก แน่นอน ... แต่ ณ ตอนนี้ สำหรับโครงการ Space Colony ยังไม่มีกำหนดการชัดเจนใดๆออกมา ด้วยโครงการอยู่ในระดับการริเริ่มไอเดียเท่านั้น และทั้งยังต้องทำการศึกษาวิจัยอีกมาก เพื่อหาทางสร้างให้เป็นไปได้จริงในอนาคต ...
ปล. แต่ที่แน่ๆ มีอีกโครงการของ Jeff Bezos ที่เขาประกาศเปิดตัวไปแล้วล่าสุด อันจะเป็นจริงก่อนโครงการ Space Colony ก็คือ โครงการ "ยานอวกาศ BlueMoon" ... ซึ่งจะพามนุษย์ไปดวงจันทร์ มีกำหนดการณ์จะทำให้สำเร็จ ภายในปี 2024 ... จุดเด่นพิเศษสำหรับ ยานBlueMoonนี้ จัดว่าเป็นยานขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าที่เคยมีมา อันจะสามารถบรรจุสิ่งของสัมภาระได้ถึงประมาณกว่า 3 ตัน เลยทีเดียว ทั้งนี้เป้าหมายหลัก ก็เพื่อปูทาง-ต่อยอดไปสู่ การสร้างนิคมบนดวงจันทร์ ยันอาณานิคมอวกาศ ต่อๆไปด้วยนั่นเอง ... ติดตามกันต่อไป

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560

โลกดังแค่เม็ดฝุ่น เมื่อเทียบกันจักรวาล

-- ชมคลิป --

วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"ทัวร์อวกาศไปกับ "Stephen Hawking"

สารคดี: Stephen Hawking's Favorite Places
สารคดี อวกาศที่ ฉาก CG สวยงามมาก ไม่ควรพลาด

ชม สารคดี 26 นาที เต็มๆ ( *รีบดู อาจถูกลบออกจาก ยูทูป)


วันหนึ่ง เราอาจได้รับสัญญาณจากต่างดาว แต่เราควรตระหนัก ระวังในการตอบกลับ.. การที่อารยธรรมก้าวหน้า(กว่าเรา)พบเรา อาจคล้ายชนพื้นเมืองอเมริกา(อินเดียแดง)เผชิญกับการมาของโคลัมบัส ซึ่งส่งผลภายหลังไม่สู่ดีนัก " -- Hawking กล่าวในสารคดี

CR.เพิ่มเติมที่เว็บ http://scifi.siligon.com/s_40hawking.html

Arrival 2017 เอเลี่ยนสอนภาษา!

"กระบวนการของภาษาที่ใช้พูดจะกำหนดกระบวนการคิด ส่งผลต่อทัศนคติต่อสิ่งต่างๆ" / Arrival 2017

มนุษย์เราสามารถคิดโดยปราศจากอิทธิพลของคำหรือภาษาอย่างสมบูรณ์ได้หรือไม่  ? ... คิดด้วยภาพ คิดด้วยเสียง กลิ่น รส หรือ ใจ ? ฯลฯ ... แต่ไม่ว่าคิดด้วยอะไร ยังไงก็เหมือนจะมี คำภาษาเป็นฉากหลังเคียงข้างอยู่เสมอๆ ? (ลองสังเกตตัวเอง) ส่วนหนึ่งเพราะคงด้วยคำอักษรภาษานั้นได้ถูกปลูกฝังคู่อารยธรรมมนุษย์เรามานาน อย่างต่ำๆก็หลักหลายพันปี



* อักษร/ภาษา มีประโยชน์ต่ออารยธรรมมนุษย์มาก คงไม่มีข้อโต้แย้งละครับ แต่มุมหนึ่งบางแง่ ภาษาอาจเป็นคล้ายแว่น-ฟิลม์ หรือหมอกมัว ที่ปิดกั้นไม่ให้เข้าถึง/ปะทะความจริงแบบตรงไปตรงมา ก็ถ้าหากใครยึดติดกับคำตัวอักษรมากเกินไป (และผลข้างเคียง คือบางเคส อาจเถียงกันไม่จบ/คุยกันไม่รู้เรื่องก็มี แม้ภาษาเดียวกัน ฮึๆ) เพราะยังไง คำก็เป็นสิ่งสมมติเท่านั้น และย่อมมีข้อจำกัดในการอธิบายความจริงในธรรมชาติ ซึ่งย่อมมีแง่มุมซับซ้อนกว่าคลังคำภาษาที่มีอย่างเทียบกันไม่ได้ และก็ชัดเจนว่าบางเคสที่ไม่สามารถอธิบายด้วยคำ หรือยากจะอธิบาย ก็มีแยะ

ปล. และที่น่าสนใจอีกแง่ แล้วสัตว์อื่นๆละ ที่มันไม่มีภาษาที่เป็นคำลายลักษณ์อักษรแบบมนุษย์เรา มันคิดด้วยอะไร ? คิดด้วยใจ คิดด้วยคลื่น ? หรือแท้จริง มันไม่ได้คิดอะไร ฮึๆ ฯลฯ (และ ถ้าพวกชีวิตทรงภูมิต่างดาวมีจริงด้วย ก็นะ เขาอาจไม่คิดด้วยคำ ? หรือคิดด้วยวิธีอื่นที่ยิ่งเข้าใจยาก หรือเข้าใจไม่ได้เลย )


วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สนทนาไซ-ไฟ



แนะนำเว็บไซต์ Sci-Fi สนทนาไซ-ไฟ(+แฟนเพจ)
เชิญเข้าไปชมที่ : http://www.scifi.siligon.com/


"จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้" อัลเบิร์ต ไอสไตน์ กล่าว...เป็นประโยคที่คุ้นเคยกันดีและยังคงเป็นอมตะ ถ้ามนุษย์ขาดจินตนาการหรือความคิดสร้างสรรค์ มนุษย์ก็คงเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมธรรมดาๆทั่วๆไป ไม่สามารถพัฒนาเป็นอารยธรรมล้ำสมัย-ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งมีชีวิตสปีชีย์อื่นๆของโลกได้ ความจริงข้อนี้เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วในยุคปัจจุบัน และถ้าสังเกต จินตนาการในเชิง ไซ-ไฟ นี่แหละที่เป็นจินตนาการอันทรงอิทธิพลใหญ่หลวงต่อความเป็นอยู่ของมนุษยชาติ ทั้งในแง่การเกิดขึ้นของเทคโนโลยี-นวัตกรรมใหม่ๆ มุมมองตรรกะวิธีคิด พื้นฐานความเชื่อเรื่องความสัมพันธ์ของชีวิต-โลก-จักรวาล หรือแม้แต่ถ้าหากจะเป็นแค่เพียงความบันเทิง สื่อที่มาในแนว ไซ-ไฟ ก็ดูจะเหมือนจะให้ความตื่นตาตื่นใจ ทั้งกระตุ้นต่อมความคิดจินตนาการต่อผู้เสพได้ค่อนข้างรุนแรง! โดยเฉพาะจากภาพยนตร์ไซ-ไฟ
.......................................................

ทัศนะการนิยาม "ไซ-ไฟ" ของผู้ทรงคุณวุฒิ

"ไอแซก อาซิมอฟ" ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งนิยายวิทยาศาสตร์ได้ให้คำนิยามของนิยายไซไฟไว้ว่า... "นิยายวิทยาศาสตร์ มีสามแบบคือ หนึ่งอะไรจะเกิดขึ้น...ถ้า... สองเพียงแต่....ถ้า และ สาม ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นต่อๆไป"...+_+

"อาร์เธอ ซี คลาร์ก" บิดาแห่งนิยายวิทยาศาสตร์ อีกท่านหนึ่ง ได้เคยให้นิยามไว้ "นิยายวิทยาศาสตร์ หมายถึงงานวรรณกรรมที่สะท้อนพฤติกรรมของมนุษย์ในบริบทแห่งวัฒนธรรมของสังคมแห่งตนภายใต้อิทธิพลของพัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี"

"โรเบิร์ต เอ ไฮน์ไลน์" นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์รุ่นลายครามของสหรัฐ ได้ให้คำนิยามของนิยายวิทยาศาสตร์ว่า "นิยายวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องของการคาดคะเนเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยอาศัยความรู้ของโลกปัจจุบันและอดีต และโดยอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในธรรมชาติ และความสำคัญของระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ (การสังเกต การตั้งสมมติฐาน การทดสอบสมมติฐาน และการสรุปผล)

"เฟรดเดอริก โพห์ล" นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์นามกระเดื่องผู้หนึ่งได้ให้คำจำกัดความของนิยายวิทยาศาสตร์ว่า "นิยายวิทยาศาสตร์เป็นนิยายที่ แสดงถึงผลที่ตามมา เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการศึกษา ผลกระทบจากการกระทำและสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์"

*ถ้าจะสรุปให้เข้าใจสั้นๆเข้าใจง่ายๆที่สุดก็คือ นวนิยาย-ภาพยนตร์-หนังสือการ์ตูน หรือสื่อบันเทิงคดีอื่นๆ ถ้าหากโครงเรื่องโดยรวมมีการจินตนาการถึงองค์ประกอบหลักอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่

1. มีสิ่งประดิษฐ์-อุปกรณ์เทคโนโลยีไฮเทค, หุ่นยนต์ ฯลฯ รวมทั้งผลกระทบของมัน(อันมักว่าด้วยโลก-เมืองในอนาคต)

2. มีมนุษย์ต่างดาว, สิ่งมีชีวิตประหลาดนอกโลก, หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตพิเศษในโลก(ที่เกิดจากกระบวนการพิเศษทางวิทยาศาสตร์)

3. มีเดินทางออกนอกโลก-การท่องสำรวจอวกาศ ไปยังต่างดาวอื่นๆ, หรือแม้การเดินทางผ่านกาลเวลา ย้อนอดีต-ท่องอนาคต

ถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่งในสามอย่างนี้ ก็พอจะเรียกได้ว่าเป็น ไซ-ไฟ ได้แล้ว และแน่นอนว่าในโลกยุคใหม่ปัจจุบัน อันมักเรียกกันว่า ยุคโพสต์โมเดิร์น(Post-Modern) เป็นยุคแห่งความหลากหลาย ไซ-ไฟ สามารถจัดเป็นประเภทลูกผสม(Hybrid) ได้มากมายไม่ว่าจะเป็น Sci-fi Action, Sci-fi Thriller, Sci-fi Horror, Sci-fi Drama, Sci-fi Comedy ฯลฯ...สุดแท้แต่ผู้แต่งหรือผู้ชมจะตีความจัดให้เป็นประเภทไหน (*ในขณะเดียวกัน หนัง-นิยาย-บันเทิงคดีตระกูลอื่นๆ บางทีก็มีความเป็น ไซ-ไฟ เจือปนอยู่ด้วยบ้างเช่นกัน แต่อาจเป็นเพียงส่วนเสริมเล็กๆน้อยๆ หรือมากพอสมควรก็แล้วแต่)