การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Ecotourism) คือ การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม และผู้ที่มาท่องเที่ยวนั้นจะไม่ทำลายสภาพแวดล้อม เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรชุมชน ฯลฯ ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นี้รวมไปถึงรูปแบบการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือการท่องเที่ยวในรูปแบบ MICE... / เครดิต: wikipedia
วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560
ล่องเรือ สุราษฎร์ฯ-กระบี่ / ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กันเถอะ
การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Ecotourism) คือ การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม และผู้ที่มาท่องเที่ยวนั้นจะไม่ทำลายสภาพแวดล้อม เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรชุมชน ฯลฯ ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นี้รวมไปถึงรูปแบบการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือการท่องเที่ยวในรูปแบบ MICE... / เครดิต: wikipedia
วันอังคารที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560
วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559
ด.ญ. "ศานติเทวี" กรณีศึกษาผู้ระลึกชาติ ในตำนาน
วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
2475 ถอยหลัง ตั้งหลัก ทบทวน
สารคดี 2475 เป็นสารคดีประกอบเหตุการณ์จำลอง (Documentary-Drama) มุ่งหวังให้ประชาชนคนไทยได้กลับมาทบทวนถึงเหตุและผลของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และมองระบอบการปกครองของไทยอย่างไตร่ตรอง และเข้าใจมากยิ่งขึ้น ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง
สารคดี 2475 เวอร์ชั่นสารคดีนี้ เขียนบทโดย คุณเอก เอี่ยมชื่น และการกำกับสารคดีโดย คุณสุรัสวดี เชื้อชาติ หรือ แหม่ม มาม่าบูลส์ ซึ่งทั้งสองท่านเคยฝากผลงานชิ้นเยี่ยม และปลุกกระแสการรักชาติไว้ที่ไทยพีบีเอสคือภาพยนตร์เรื่อง “ขุนรองปลัดชู” เวลาออกอากาศเมื่อ : 25, 26 และ 27 ก.ค. 55 เวลา 22.00 - 23.00 น. (2012)
สารคดี 2475 ตอน 2 "สองฝั่งประชาธิปไตย"
สารคดี 2475 ตอน 3 "ชะตาชาติ" (จบ)
วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555
100 ปี ใน 10 นาที
1911 – 2011 in 10 Minutes
Happy New Year ปี "สอง ตองห้า" ไทย :)
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
พจนานุเกรียน
- พจนานุเกรียน(ศัพท์เกรียนๆ :) -
ศัพท์แสลง (แหล่งที่มา จากเว็บดังต่างๆ) ...โปรดใช้วิจารณญาณ!
= หัวเกรียน สั้นเกือบติดหนังหัวหรือผิวหนัง เช่น ผมเกรียน หน้าตากวนๆ... เด็ก [หรือผู้ใหญ่] ก้าวร้าว ทำตัวแก่แดดหรืออ่อนแดดไม่สมวัย ครอบครัวมีปัญหา มีปม
= คนนิสัยไม่ดีสุดๆ อ่อนไหว ทำอะไรไร้สาระ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำอะไรไม่คิด
= พวกมองโลกในแง่ร้าย ต่อต้านสังคมในทุกๆเรื่อง อะไรๆก็ไม่ดีไปหมด (ยกเว้นมันคนเดียว ฮา)
= พวกไม่รู้กาละเทศะ เรียกร้องความสนใจ...หรือพวกชอบป่วนตามเว็บบอร์ด ด่าคนแบบไร้เหตุผล ด่าทุกอย่างที่ขวางหน้าขอแค่โผล่กระทู้มาเป็นดาแหลก และมักใช้คำผิดๆ
= พวกที่ว่างๆอยู่ไปวันๆ แชทไร้สาระทั้งวัน ติดมือถือ ติดเกมส์ คิดว่าตนเองเป็นศูนย์กลางของโลกไซเบอร์ ชอบสร้างกระแสไร้สาระในรูปแบบต่างๆ เพื่อเรียกร้องให้คนอื่นสนใจ
= อื่นๆอีกมากมาย ฯลฯ ... "เด็กเกรียนโดดตึกฆ่าตัวตายพิสดาร เพราะเครียดที่เล่นมาริโอ้เนโกะไม่ผ่าน "... ฮา
เกรียนการเมือง = คือบุคคลที่ต้องการยกระดับตนเองเป็น “เซียนการเมือง” แต่มักจะไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้ เนื่องจากคุณสมบัติที่สำคัญประการหนึ่งของ “เกรียนการเมือง” คือ ขาดความจริงจังและต่อเนื่องในการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับสูง โดยขุมปัญญาของ “เกรียนการเมือง” มักจะได้จากการคุ้ยเขี่ยตามแหล่งค้นหาข้อมูลอินเตอร์เน็ต (Search Engine) หรือเว็บไซต์ใด ๆ เพียงเว็บเดียวเท่านั้น ซึ่งความรู้ที่ไม่รอบด้านดังกล่าว ทำให้ในเว็บบอร์ดเกิดปรากฏการณ์หน้าแถดินจาก “เกรียนการเมือง” อยู่บ่อยครั้ง
เทพเกรียน เกรียนเทพ = เกรียนขั้นสูง
“เกรียนเทพ” มักขาดทักษะในการสื่อสาร-การเรียบเรียง(เพราะวันๆอยู่แต่หน้าเว็บ ไม่ได้คุยกับคนจริงๆ) มักจะทดแทนจุดด้อยดังกล่าว ด้วยการคัดลอกข้อมูลแทนการแสดงทัศนคติด้วยตนเองอยู่บ่อยครั้ง จน “เกรียนเทพ” บางคนถึงกับได้รับการอวยยศเป็นพระยาตัดแปะ (Phya of Copy and Paste) ไม่เน้นความคิดจากสมอง เฝ้าหน้าเว็บ ทุกเวลาทุกนาที พอมีข่าวอัพเดท ก็จะแจ้น เอาเข้ามาแปะที่คอก กันอย่างเคร่งเครียด เพื่อหวังชาบู จากสาวกด้วยกัน บางคราวก็จะใช้ไทยคำ อังกฤษคำเพื่อยกระดับให้ตนดูมีชาติตระกูลยิ่งขึ้น
สาด, แสรด,ตรัส = สัตว์
ปิดมู้ = ปิดกระทู้
สมูกบาน = ล้อเลียนคนไม่สวยไม่หล่อแต่คิดว่าตนดูดี หรือคนที่คิดว่าตนเป็นไอดอล เป็นที่คลั่งไคล้ชื่นชมของคนอื่น คิดเองว่าคนอื่นๆสนใจเรื่องราวของตนอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่ไม่มีผลงานที่เป็นประโยชน์ เป็นที่นับถือยอมรับจากสังคมแต่อย่างใด

ซุย = ขี้โม้ ขี้อวด ทำตัว{กระแดะ}เป็นงานยุ่งตลอดเวลา {ทั้งๆที่วันๆก็ว่างงาน ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันซักอย่าง}
ติดหรู = ทำตัวชั้นสูง อวดรวย
กาก กากๆ = ไม่มีคุณภาพ ไร้สาระ
ติ่งหู, ติ่งหูแตก = พวกวัยรุ่นหญิงบางกลุ่ม ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างแรง หญิงทำตัวโอเว่อร์ หรือ ผู้หญิงบ้าดารา ออกอาการเกินเหตุ
เทพ = มันเป็นคำชมหรือด่าก็ได้กรุณาดูบริบทรอบข้างคำพูดนั้นๆ
เมพ, เมพขิงๆ = มีเกรียนคนนึง จะพิมพ์คำว่า เทพ แต่ไป พิมพ์ผิดว่า
เมพ ซะงั้น มันก็ความหมาย เหมือนกันแหละ ขิงๆ = จริงๆ
ขิง = จริง
บร๊ะเจ้า = พระเจ้ามาก (เป็นการล้อเลียนว่าเก่ง เจ๋ง เป็นการลบหลู่ไม่ได้ชมจริง)
บร๊ะเจ้าโจ๊ก = พระเจ้าจ๊อด
บร๊ะลานุภาพ = มหัศจจรรย์
ชาบู ชาบู = บูชา นับถือ
อิอิออิบาย = เป็นคำลงท้ายประโยคหนึ่งๆ เช่น เราไปแล้วนะ อิอิออิบาย
หยง, หยงม่อน, หยงสตาร์ = ขี้เก็ก ทำตัวเป็นไดดอล หลงตัวเอง หรือ คนที่ทำตัวเจ้าระเบียบเป็นผู้นำจอมบงการ (ล้อเลียนเว็บมาสเตอร์เจ้าระเบียบชอบบล็อกกระทู้ในเว็บบอร์ด)
โลกสะดุ้งโwebmaster! หมายถึง โลกสะดุ้งโหยง
webmaster = หยง โwebmaster = โหยง
นักวิชากรวย = ทำตัวเป็นเด็กเรียน รอบรู้ทุกเรื่อง ทั้งๆที่ไม่รู้จริง
รักขิงหวังต่วย = รักไม่จริงจังแบบได้แล้วทิ้ง
เควี่ย = เหิ้ย+ควาย ลักษณะ เหมือนตัวเหิ้ยทุกประการ แต่มีเขา มี ควาย ด้วย
เบ่น = เล่น
เยิ๊บ = เอาทางประตูหลัง
จ่อย =ต่อย
เสมื่อม = เสื่อม + เสื่อม = เสมื่อม เช่น เด็กไทยสมัยนี้เสมื่อมจัง
เ!้ย = เป็นคำรองๆ จาก เหิ้ย แต่หยงม่อน ได้แบนตัว ห เอาไว้ จึงเป็น เ!้ย
โหล่ = ใช้แทนคำว่าตลก,ฮา เช่น โหล่มากเลย อะไรประมาณนี้แหละ
จึ๊ก = มีอะมาขัดจังหวะ ตัวอย่างเช่น ดูทีวีอยู่แล้วไฟดับ มันรู้สึกจึ๊กอ่ะ
วีด = พลาด
ป๊าดดด! = คำอุทาน
ดึ๋ยว่ะ = ดูน่าเกลียดๆ สยองๆ หน่อยๆ
โอโม่ = ใช้เรียกผู้หญิงที่ขาวมากๆ
Digg,Ohh....Shit = เป็นตัวอย่างคำไม่สุภาพใช้เวลาเครียดจัดๆ
ด๋อย/อ่อน = มันเป็นคำด่าที่ไม่แรงมาก
เด็กญี่ปุ่น = ใช้เรียกเด็กนักเรียนหญิงที่พวกโรงเรียนพาณิชย์ อาชีวะ เทคนิคที่แต่งตัวแบบเด็กญี่ปุ่น
noob(นูป) = พวกมือใหม่ พวกที่ทำอะไรไม่ได้เรื่อง
ชะนี = ใช้เรียกผู้หญิงที่แต่งตัวโป๊ๆ แรงๆ จัดๆ
อย่างงาม = ใช้เรียกผู้หญิงที่น่ารักๆ
ชิ = ช่างเถอะ เราไม่สนใจ
งานเข้า = ได้เรื่อง หรือมีเรื่อง
ฟันเหล็ก เด็กแนว = แบบว่าใช้พูดกะหญิงที่น่ารัก และ ใส่ฟันเหล็ก
สมะถุย = แย่
จิตตก = สติแตก
เป็นติ่งไรเนี่ย = เป็นบ้าอะไรเนี่ย
แหล่มเรย = แจ่มมากๆ
โลกตรึง = มหศจรรย์
คอมโบ = การเล่นคอมโบเล่นบอร์ด พิมพ์คำซ้ำ เหมือนกันๆ ใน กระทู้ ทำให้ จขกท(เจ้าของกระทู้) หน่าย จนปิดกระทู้ได้
สกัดคอมโบ = ทำให้การทำคอมโบนั้นเสียหาย แต่อาจจะมีผู้สร้าง คอมโบ ใหม่ขึ้นมาใหม่ได้ เรื่อยๆ
เก๋าเจอได้ = ถ้าชกต่อย(จ่อย)กัน ส่วนมากจะเจอกันที่อนุเสารีย์ชัย
กรอบ = เด็กใหม่อยากดัง
๔๕ องศา หมายถึง ดูเอียงซ้าย
รูเยี่ยว = คนเราเกิดมาจากรูเยี่ยว ??
หงายเงิบ = ฮา
รูปปลากรอบ = รูปประกอบ
+ = ต่อยกันไหม ??
เดบิต = เครดิต
บาย สวัสดี = คำลงท้าย ตอนพูดหรือ พิมพ์เสร็จ
ปาดหน้าเค้ก = หยามกันซึ่งๆหน้า
ซับแหมน = เป็นไงพวก (มาจาก What's up man?)
กิ๊บ = เจ๋งโคตร
เบๆ = ง่ายๆ หมูๆ
อัพน่าดู = คึกน่าดู ซ่ามาก สนุกมาก
เล่นผีผ้าห่ม = มีเซ็กส์กัน
อัฟเฟรด อะเฟรด = ทุเรศ อุบาทว์ น่าเกลียด
กินส้มมา = เมายา (อี)
เซด = พูด
เฟกว่ะ = จอมปลอมว่ะ (มาจาก fake )
โหนว = หนังโป๊ หนังเรตเอ็กซ์
ง้องแง้ง = งอนกัน ทะเลาะกัน
โจ๊ะๆ = จังหวะมันส์ๆ
แกสบี้ = แก่โคตร
ออนป้า = ทำตัวแก่ประมาณคุณป้า
จีบี [GB] = คนรับใช้ รับทำทุกอย่าง (มาจากคำว่า General เบ๊ )
สลัมบอมเบย์ = จน ต่ำต้อย
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
"อี้อู๋"บุกไทย
ประเทศจีน มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกอันดับที่ 2 (สูสีญี่ปุ่นรองแค่สหรัฐแต่ก็รุกคืบใกล้เข้ามาไปทุกที!) ประเทศที่สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์มากมายให้โลกต้องตะลึง ไม่ขาดสาย กล่าวกันว่า เพียงแค่พญามังกรเคลื่อนตัวก็เกิดแรงสะท้านสั่นสะเทือนไปทั่วโลก
......................................................................
ตระกูลเก่าแก่ขายที่มรดก 70 ไร่ 700 ล้านบาท ข้างศูนย์วัสดุบุญถาวร บางนา-ตราด กม. 9 สร้างศูนย์ค้าส่งออกสินค้า ภายใต้โครงการ China City Complex ต้นตำรับอี้อู๋ โมเดล ของกลุ่มทุนจีน Yunan-based Ashima Group
โครงการดังกล่าวจะเป็นการพัฒนา ที่ดินบนถนนบางนา-ตราด ก.ม.ที่ 8-9 ในพื้นที่ประมาณ 64 ไร่ มูลค่าการลงทุนประมาณ 6,200 ล้านหยวน เพื่อจัดทำเป็นศูนย์ค้าส่งออกสินค้าแห่งที่ 2 ภายใต้ "อี้อู๋ โมเดล" (Yi Wu Model) ซึ่งมีเทคโนโลยีโนว์ฮาวทางการค้าส่งเชื่อมโยงกับทั่วโลกที่ประสบความสำเร็จเป็นแห่งแรกในประเทศจีน
ทั้งนี้แผนพัฒนาการลงทุน China City Complex จะแบ่งโครงการออกเป็น 2 เฟส โดยเฟสที่ 1 ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,500 ล้านหยวน นำร่องก่อสร้างศูนย์ค้าส่งออกสินค้าพื้นที่ขนาด 500,000-700,000 ตารางเมตร เริ่มก่อสร้างเดือนมีนาคม 2554 แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการไม่เกินไตรมาส 2 ปี 2555 โดยจะเปิดให้ร้านค้าเข้ามาเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์รวมกว่า 10,000 ร้านค้า แบ่งสัดส่วนร้านสินค้าไทย 30% และจีน 70% มีการคัดเลือกสินค้าหลักพร้อมส่งออกเข้ามาวางขาย 7 หมวด ได้แก่ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม, เครื่องไฟฟ้า, อัญมณีและเครื่องประดับ, อะไหล่รถยนต์, ของตกแต่งบ้าน, ของเล่นและสินค้าไลฟ์สไตล์, อาหารและสินค้าแปรรูป
ส่วนเฟสที่ 2 จะเริ่มขยายก็ต่อเมื่อผลการดำเนินงานเฟสแรกประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย จากนั้นกลุ่มทุนใหญ่ในจีน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทธุรกิจภาคเอกชนจีน ภายใต้สมาคม ASEAN-CHINA Economic and Trade Promotion Association เตรียมจะย้ายฐานโรงงานผลิตค้าหมวดต่าง ๆ เข้ามาอยู่ใน China City Complex ในประเทศไทยต่อไป
......................................................................
ลองดู นานาทัศนะ เกี่ยวกับผลกระทบจาก โครงการ อี้อู๋เมืองไทย
....1. นักวิชาการท่านหนึ่ง เปิดเผยว่า ผลการศึกษาการเคลื่อนย้ายทุนของ
...2. ผู้บริโภค จะได้สินค้า ที่หลากหลายขึ้น ในราคาที่ถูกลง ผู้ผลิตในประเทศ ที่เข้มแข็งไม่พอ จะไม่สามารถต่อสู้ในตลาดได้...
....3. เมื่อนำหลักเศรษฐศาสตร์เป็นตัวชี้วัด เกิดการสูญเสียกับผู้ประกอบการไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมมูลค่าปีแรกราว 58,247 ล้านบาท คิดเป็น 0.6% ของจีดีพี แยกได้เป็นผลกระทบทางตรงกับ 1.อุตสาหกรรมการผลิต ศูนย์ค้าส่งหลักอย่างโบ๊เบ๊ สำเพ็ง ประตูน้ำ ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าย่อยก
...4.โครงการนี้ประเทศไทยไม่ได้อะไรเลย มันไม่ใช่โครงการอุุตสาหกรรมที่เราทำเองไม่ได้ถึงต้องส่งเสริมให้ต่างประเทศมาทำ จีนไม่ได้นำความรู้ เทคโนโลยี่อะไรมาให้เรา ไม่ได้ช่วยเราเปิดตลาดต่างประเทศ ศูนย์กาiค้านั้นคนไทยสร้างเองได้ สร้างแบบไหนก็ได้มีมีดาษดื่น
ศูนย์การค้าสินค้าจีน มีแต่นำสินค้าจีนราคาถูกๆมาทุ่มตลาดเมืองไทย พวกนี้ขนกันมาเป็นตึกๆเลยครับ ถ้าใครเคยไปศูนย์ขายส่งในกวางตุ้งจะทราบดี ศูนย์ขายส่งเฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ เครื่องครัว สุุขภัณฑ์ไม่ได้ขายกันเป็นซุ้มๆนะครับ ขายกันทีละหลายๆตึก แต่ละตึกเท่าๆเซ็นทรัลบางนาที่อยู่ใกล้ๆ เรียงๆกันไปสองข้างถนน นับรวมกันเป็นสิบๆตึกเลยครับ พวกนี้ค้าขายทุ่มตลาดกันแบบลืมตาย คือว่าตายสิบเกิดร้อยจริงๆ พ่อค้าคนไทยไม่มีทางสู้รบปรบมือได้เลย
การปล่อยให้จีนมาทุ่มค้าปลีกนี่เราเสียเปรียบสุดๆเลยครับ แย่ยิ่งกว่าพวกโลตัส คาร์ฟูร์เสียอีก เพราะพวกนั้นยังขายสินค้าส่วนใหญ่ที่ผลิตในไทย แต่นี่เล่นเอาสินค้าจีนมาทุ่มกลางกทม.นี่ สงสารพวกเอสเอ็มอีจริงๆ
ไม่ใช่เฉพาะเสื้อผ้าที่ตาย ยังมีพวกของเล่น กิ๊ฟท์ช้อป เครื่องประดับ เครื่องไฟฟ้า เครื่องหนัง เครื่องเขียนเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว ห้องน้ำ คอมพ์ ตายหมู่กันเลยครับ ตายทั้งโรงงานผู้ผลิตและร้านค้าย่อย แรงงานที่จะตกงานอีกเท่าไหร่ น่าอนาถจริงๆ
...5. เจ้าพ่อโบ๊เบ๊ นาย "คมสรรค์ วิจิตรกรม" ประธานศูนย์บริการส่งออกโบ๊เบ๊ และอุปนายกสมาคมชาวโบ๊เบ๊ กล่าวว่า การสร้างศูนย์แสดงสินค้านานาชาติไทย- จีน หรือ China City Complex ทำให้ได้มีการประสานงานกับผู้ประกอบการ SME เป็นหลัก ประมาณ 20,000 กว่ารายในละแวกพื้นที่ ในการที่จะตั้งรับกับ สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งในตลาดภายในประเทศที่มีระดับกลางถึงระดับล่าง จะเห็นได้ว่า Consumption ของตลาดจะกระจุกตัวอยู่ 3 จุด ซึ่งได้แก่ โบ๊เบ๊ ประตูน้ำ และจตุจักร มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท ซึ่งอุตสาหกรรมรายย่อยที่อยู่ในตลาดค้าส่งนี้ เป็นฐานหลักในการกระจายสินค้าให้ 76 จังหวัด
ดังนั้นหากมีการจัดตั้ง China City Complex ขึ้นมาอาจทำให้ตลาดส่วนนี้ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้แบ่งการวิเคราะห์เป็น 3 ส่วน ได้แก่ Trade Logistic และ Property ดังนี้
1. Trade มีแนวคิดว่าหากมีการเกิด China City Complex ขึ้นมา คงเป็นสิ่งที่ยับยั้งได้ยาก ดังนั้น ควรหาวิธีที่จะดำเนินการและดำรงอยู่ต่อไปได้ หรือเดินไปด้วยกันได้ เช่น คนที่เคยเป็นเอเย่นต์ควรเจรจาหรือตกลงกับผู้ค้ารายย่อยก่อนที่จะนำสินค้าเข้ามา โดยเจรจาในเรื่องหลักเกณฑ์ต่างๆ และควรมีการเจรจาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ไทยเสียบเปรียบ
เนื่องจากการที่จีนเข้ามาสร้าง China City Complex ก็เพื่อต้องการให้คนจีนนำสินค้าสำเร็จรูปเข้ามาขาย ซึ่งการที่จีนเข้ามามีหน้าร้านในประเทศไทย จะทำให้มูลค่าการค้าของไทยลดลง ความมั่นใจในแบบและดีไซน์จะลดลงในกรณีของบริษัทที่จ้างให้ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตให้ ดังนั้น ทางออก คือ ไทยต้องเจรจาขอเป็นเอเย่นต์ในสินค้าที่จีนผลิตอยู่
2. Logistic ในที่นี้กล่าวถึงโลจิสติกส์ในระดับใกล้ตัว กล่าวคือ ในพื้นที่เศรษฐกิจ 3 แหล่ง ซึ่งได้แก่ โบ๊เบ๊ ประตูน้ำ และจตุจักร ซึ่งผู้ประกอบการในต่างจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด จากเดิมที่เคยซื้อจากแหล่งสินค้าส่ง 3 แหล่งของไทย หากมี China City Complex เกิดขึ้นจะทำให้เกิด Logistic Base ไปอยู่ตรงจุดนั้น ตลาดต่างจังหวัดที่ไม่เน้นดีไซน์จะหายไป โดยจะมุ่งหน้าไปซื้อที่ China City Complex โดยตรง เพื่อไปซื้อสิ่งที่ถูกกว่า
เนื่องจากเป็นสินค้าที่จีนนำเข้ามาขายเองโดยไม่ได้ผ่านเอเย่นทั้ง 3 ตลาดนี้แล้ว จึงทำให้มีการถ่ายเทโลจิสติกส์ไปอยู่ที่จุด China City Complex ซึ่งถ้าหากจีนสามารถบริหารจัดการโลจิสติกส์ได้เป็นอย่างดี จะทำให้จีนสามารถชี้นำโลจิสติกส์ในอนาคตได้
3. Property กล่าวคือ มูลค่าของตลาดโบ๊เบ๊ ประตูน้ำ และจตุจักรจะลดลง การแก้ปัญหาตรงจุดนี้ ควรเริ่มจากการสร้างความเข้าใจให้กับนักศึกษาในเรื่องของ AEC เพื่อที่จะทดแทนในส่วนที่ไทยขาดหายไปในเรื่องของมูลค่าต่างๆ ในการพัฒนาและออกแบบสินค้า เพื่อเกิด Young Designer พร้อมกับการสอนให้เป็นผู้ค้าด้วย ทั้งนี้ จะทำให้เกิดความชัดเจนในการเป็นสินค้าของไทย ซึ่งจะสามารถแบ่ง Label และ Market ได้อย่างชัดเจน
สำหรับในส่วนแนวโน้มของธุรกิจที่ผลิตเพื่อขายหน้าร้าน ควรใช้ Knowledge Base ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เพื่อสร้างความแตกต่างในด้านคุณภาพไม่ใช่เป็นการสร้างวิธีการผลิตแข่งกับจีน นอกจากการตั้งรับแล้ว ในส่วนของธุรกิจ SME ควรมีแนวคิดในแนวรุกด้วย โดยการทำตลาดในต่างประเทศเช่นเดียวกับ China City Complex เนื่องจาก SME ไทยจำนวนหนึ่งมีความพร้อมและมีศักยภาพเพียงพอ พร้อมทั้งมีความต้องการทำตลาดในต่างประเทศด้วย จึงควรได้รับการสนับสนุนตรงจุดนี้....
วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554
จีน-พม่า ทิ้งแผ่นดิน
- MV "วิหคพลัดถิ่น" (ละคร"อยู่กับก๋ง") สะท้อนชีวิตคนจีนในไทย
หนังสือ "คนจีนทิ้งแผ่นดิน"
(หนังสือใหม่ยังพอหาได้ร้านหนังสือทั่วไป ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2553 เอง )


...ว่าโดยทั่วไปแล้วไม่มีใครอยากละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน อพยพไปทำงานต่างประเทศแดนไกล มิหนำซ้ำยังต้องมาขายแรงงานที่เรียกกันว่า"กุลี" ใช้ชีวิตไม่ได้สะดวกสบายนัก แต่อะไรคือเหตุผลและปัจจัยที่ทำให้พวกเขาต้องทำเช่นนี้ ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขานับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นไปอย่างไร พร้อมขนานไปกับเรื่องราวของ "ดร.ซุนยัดเซ็น" นักเคลื่อนไหวทางการเมืองของจีนที่ได้เข้ามาประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นระยะๆ มาทำไม? ทำอะไรบ้าง? เกี่ยวข้องกับคนจีนในไทยยุคนั้นอย่างไร?...เนื้อหาในหนังสือ น่าสนใจทีเดียว
.................................
พม่า ทิ้งแผ่นดิน
- แรงงานพม่าในไทย -

*ข้อมูลบางสาย บอก "โรฮิงญา" แท้จริงไม่ใช่คนพม่า แต่เดิมเป็นคนมุสลิมบังคลาเทศหลบหนีเข้าพม่า รัฐพม่าจึงไม่นับว่าเป็นพลเมือง
- "ผมกลับไปที่ประเทศพม่าไม่ได้ ถ้ากลับไปผมต้องโดนฆ่าแน่ แต่ตอนนี้ อยู่ที่นี้ผมก็ไม่มีเอกสารที่แสดงสถานะถูกต้องทางกฎหมาย" ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงยาส์ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย -

เดินทางมาประเทศไทยได้อย่างไร และมาจากที่ไหน?
มาเรือ มาจากพม่า จากเมืองมูซีดอง (น่าจะหมายถึงเมืองหนึ่งในรัฐอาระกัน หรือยะไข่ ของพม่า)
ตั้งใจมาประเทศไทยหรือเปล่า และใช้เวลาเท่าไรกว่าจะมาถึง?
เราก็มาเรื่อยๆ หนีมา 13 วันอยู่ในทะเล ถูกทหารพม่าจับอยู่ 6 วัน ต่อยทุกวัน (หมายถึงถูกทำร้าย) ขึ้นเรือแล้วก็ตี (ที่ศีรษะของนายมามุดมีร่องรอยศีรษะแตก)
ทำไมถึงถูกทหารพม่าจับ?
ผ่านมาเจอเรือทหารพม่า
ถูกจับแล้วทำไมถึงมาถึงประเทศไทยได้?
ถูกจับอยู่ 6 วันแล้วก็ปล่อย บอกว่าไม่ต้องกลับมาอีก ถ้ากลับมาจะฆ่าทิ้ง
แล้วมาถึงระนองได้อย่างไร?
เครื่องเรือเสีย ลมพัดไปที่ไหนก็ไป เครื่องบินมาเห็น ทหารไทยเลยเข้ามาช่วย
ทำไมถึงต้องหนีออกจากพม่า?
อยู่พม่าอิสระไม่มี จะไปไหนก็ไม่ได้ ผู้หญิงกับผู้ชายแต่งงานกันไม่ได้ บัตรไม่มี ทหารพม่าบอกให้ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องกลับมาอีก
ทหารไทยปฏิบัติกับพวกคุณอย่างไร?
ทหารไทยไม่ต่อย มีแต่ช่วยเหลือ เราไม่มีข้าว น้ำไม่มี ทหารไทยก็เลี้ยงข้าว เลี้ยงน้ำ
ทำไมถึงพูดภาษาไทยได้?
ตอนอายุ 11-12 เคยมาทำงานที่แม่สอด (จ.ตาก) ตอนนั้นเดินมา ไม่ได้มาทางเรือ มาทำงาน ปลูกข้าวโพดได้ 2 ปี เก็บเงินได้ก็กลับบ้าน แล้วก็กลับมาอีก ก็เลยโดนจับ
เคยได้ยินเรื่องที่ทหารไทยทำร้ายชาวโรฮิงญาหรือเปล่า หมายถึงได้คุยกับคนอื่นแล้วมีคนเคยเล่าให้ฟังไหม?
ไม่เคยได้ยินว่าทหารไทยต่อย เจอทหารไทยก็บอกให้ช่วยหน่อย เขาก็ให้กิน
ช่วงที่ถูกกักตัว เจ้าหน้าที่ดูแลดีไหม ให้ข้าวกินหรือเปล่า และวันๆ หนึ่งทำอะไรบ้าง?
ก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร เขาให้กินข้าววันละ 3 ครั้ง
สมัยอยู่พม่าทำอะไร?
ดำนา ดำนาอย่างเดียว หาปลาไม่ได้ ทอดแหก็ไม่ได้
อยากกลับบ้านไหม
ไม่กลับ ถ้ากลับทหารพม่าจะมาฆ่าทิ้ง
แล้วถ้าถูกส่งกลับจะทำอย่างไร?
ถ้าจะให้กลับ ผมอยากตาย จะกินยาให้ตายเลย เพราะยังไงเขาก็ฆ่าทิ้งอยู่แล้ว
อยากให้ประเทศไทยทำอะไรให้?
อยากให้หางานให้ทำ ทำอะไรก็ได้
สมัยอยู่พม่าเคยฝึกทหารหรือเปล่า โรฮิงญาเป็นเผ่านักรบหรือเปล่า?
ฝึกทหารไม่ได้ ไม่มีการฝึกทหารเพื่อสู้กับใคร เราเป็นทหารไม่ได้
วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554
รำลึกเพื่อน...สมัยประถม
จากกันไปนาน รำลึกกันหน่อย..."มานะ มานี ปิติ ชูใจ..." ฯลฯ
คนที่เรียนหนังสือชั้นประถมในช่วงยุค พ.ศ. 2521 จนถึงปี 2530 ทุกคนต้องคุ้นชื่อเพื่อนๆข้างต้นเป็นอย่างดี จัดเป็น"มหากาพย์การ์ตูนคอมมิค"ชุดแรกในชีวติที่คนรุ่นนั้นได้สัมผัส :) แต่งโดย อ.รัชนี ศรีไพรวรรณ เขียนภาพประกอบโดย 3 ท่านหนึ่งในนั้นคือ คุณ "เตรียม ชาชุมพร" นักวาดการ์ตูนและนิยายภาพชื่อดังแห่งชัยพฤกษ์การ์ตูน และอีก 2 ท่านคือ"โอม รัชเวช" และ "ปฐม พัวพิมล" แต่ปัจจุบันหนังสือแบบเรียนมานีชูใจ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ยกเลิกไป แล้ว













ใครเป็นใคร มาจากไหน (คนหลักๆ)
มานี รักเผ่าไทย
มีหมาน้อยชื่อ "เจ้าโต" มานีเป็นเด็กเรียนดี เป็นคนเดียวในโรงเรียนที่เรียนต่อระดับมัธยมศึกษาที่กรุงเทพ ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มานีเป็นรองประธานนักเรียนของโรงเรียน
มานะ รักเผ่าไทย
เป็นพี่ของมานี มีสัตว์เลี้ยงเป็นนกแก้ว
ปิติ พิทักษ์ถิ่น
มีม้าชื่อ "เจ้าแก่" ตอนหลังเจ้าแก่ตาย ทำให้ปิติเศร้า ต่อมาถูกสลากออมสินเป็นเงินจำนวน 1 หมื่นบาท จึงนำเงินไปซื้อลูกม้าตัวใหม่และตั้งชื่อให้ว่า "เจ้านิล" ทดแทนการตายของเจ้าแก่
วีระ ประสงค์สุข
เป็นเด็กอาภัพ มีพ่อเป็นทหารตายในระหว่างรบ ตั้งแต่วีระยังอยู่ในท้อง ส่วนแม่ตรอมใจตายหลังจากคลอดวีระ 15 วัน ทำให้วีระอยู่กับลุงตั้งแต่เกิด วีระมีลิงแสมชื่อ "เจ้าจ๋อ"
ดวงแก้ว ใจหวัง
มีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี
ชูใจ เลิศล้ำ
เป็นเพื่อนสนิทมานี มีแมวชื่อ "สีเทา" ชูใจอยู่กับย่าและอา ตั้งแต่เล็ก โดยไม่รู้รายละเอียดของพ่อและแม่ที่แท้จริง ซึ่งความจริงคือ พ่อของเธอเสียชีวิตตั้งแต่ชูใจอายุ 1 ขวบ ส่วนแม่ก็อาศัยอยู่ต่างประเทศ และต่อมาแม่บินกลับมารับชูใจกลับไปอยู่ด้วยกัน แต่ชูใจกลับเลือกอยู่กับย่า
สมคิด
มีปู่อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต จบป.6 แล้วก้ย้ายกลับเรียนต่อและอยู่ที่ภูเก็ต
เพชร
เกิดในครอบครัวจน มีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เคยพุ่งฉมวกปักงูในอุโมงค์ช่วยเหลือเพื่อน แม่ของเพชรถูกงูกัดตายขณะเก็บหน่อไม้ในป่า
จันทร
เป็นผู้หญิง ขาลีบพิการ ในตอนท้ายของเรื่อง ได้รับคัดเลือกให้ร้องเพลง "ความฝันอันสูงสุด" และยังได้อ่านทำนองเสนาะต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้แพทย์หลวง รับตัวไปรับการผ่าตัดขาที่กรุงเทพฯ จนขาหายเป็นปกติ
คุณครูไพลิน
เป็นครูประจำชั้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ปีที่ 3 คุณครูไพลินพบเกษตรอำเภอที่ชื่อว่า "ทวีป" ครั้งแรกเมื่อคราวไฟไหม้ตลาด ซึ่งเด็กๆ เป็นตัวเชื่อมให้ได้รู้จักและแต่งงาน ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน
คุณครูกมล
เป็นครูประจำชั้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6
วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
เมืองบ้าป้าย!
หนังสือ(ดี) " เมืองบ้าป้าย ไฮเวย์สกปรก บ้านเมืองรกรุงรัง "
กระตุ้นให้สังคมหรือหน่วยงานของรัฐได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้...(คลิกดูรูปใหญ่)
เขียนโดย : นิธิ สถาปิตานนท์ (สถาปนิก / ศิลปินแห่งชาติ) ร่วมด้วยมุมมองจากสถาปนิก นักออกแบบกราฟิก รวมทั้งแนวคิดจากบุคคลในหลายสาขาวิชาชีพหนังสือพ็อกเกตบุ๊ก เหมาะสำหรับสาธารณะชนทั่วไป รวมทั้งนักเรียน นักศึกษา ฯลฯ จัดทำขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพยายามให้ผู้อ่านได้เห็นถึงความไม่เป็นระเบียบ ความสกปรกรกรุงรังของเมืองและถนนหนทางในประเทศไทย โดยหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะมีส่วนจุดประกายให้ประชาชนทั่วไปหันมาช่วยกันทำให้บ้านเมืองของเราน่าอยู่และดูสวยงามขึ้น หนังสือเล่มนี้จะเน้นภาพถ่ายจากสถานที่จริงและมีบทความบรรยายภาพ ทั้งในเชิงที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาและเชิงเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยพยายามวิเคราะห์ให้เห็นถึงรากของปัญหา สาเหตุของความไม่ถูกต้องเหล่านี้ พร้อมทั้งเชิญชวนผู้อ่าน ได้ร่วมจินตนาการถึงเมืองในฝัน... เมืองน่าอยู่... เมืองที่สวยงาม ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เพียงเราทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน













วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
หน้าเหมือน มนุษย์ต่างดาว!
เด็กผู้ชายคนนี้เป็น โรคชราในเด็ก
(แล้วเอาอะไรเป็นมาตรฐาน มนุษย์ต่างดาวหน้าตาประมาณนี้... :)



สาเหตุ : โรคชราในเด็กโรคชราในเด็ก Hutchinson-Gilford Progeria Syndrome (HGPS) เกิดจากความผิดปกติของยีน LMNA ตำแหน่งที่ 1824 ทำให้เกิดการแทนที่ของ cytosine ( cytosine คือ 1 ใน 5 สารพื้นฐานใน DNA ) ด้วย thymine ( thymine คือ 1 ใน 4 สารพื้นฐานในกรด nucleic ของ DNA ) ทำให้ร่างกายสร้าง Lamin A ขึ้นมาซึ่งจะเป็นตัวขัดขวางการพัฒนาของนิวเคลียร์ ( nucleus )
การรักษา เยียวยา : โรคชราในเด็กไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ ได้แต่รักษาตามอาการ เช่นถ้ามีไขมันอุดตันในเส้นเลือด ก็ให้กินยา แอสไพลิน หรือทำ Bypass หัวใจ หรือกินโฮโมนเพิ่มเติมในส่วนที่บกพร่องไป
ข่าว UFO โผล่ในจีนจนต้องปิดสนามบิน เมื่อเดือน กรกฎา 2010
สนามบินในจีนต้องปิดทำการหลังจากพบเห็นวัตถุลึกลับลักษณะเป็นจุดสว่างเคลื่อน ที่เป็นแนวโค้งด้วยความเร็วสูงบนเหนือน่านฟ้ามณฑลเจ้อเจี้ยงเมืองหังโจว ยานบินลึกลับ หรือ UFO ที่ปรากฎขึ้นมาให้เห็นบนท้องฟ้าจะมีลักษณะเป็นแสงสีขาวสว่างวาบดูน่าสะพรึง กลัว โดยเมื่อเคลื่อนที่ผ่านไปแล้วแสงสีขาวจะยังทอดเป็นหางยาว

.................................................
ชาวฮานอยแตกตื่น UFO! โผล่ขณะผู้นำอาเซียนประชุม ในค่ำวันพฤหัสบดี 28 ต.ค.2010
ผู้ที่ใช้ชื่อว่า "จิมมี หว่าง" (Jimmy Hoang) จากนครออตตาวา เขียนลงในเว็บไซต์ของเวียดนามเอ็กซ์เพรสว่า ปรากฏการณ์แบบนี้เห็นได้ประจำเหนือท้องฟ้าประเทศแคนานาดา ที่มีอากาศเย็นกว่าในเวียดนาม บางครั้งมองเห็นเป็นทางที่ยาวมากจากขอบฟ้าด้านหนึ่งไปจรดอีกด้านหนึ่ง...แต่แม้ผู้อ่านจำนวนมากดูจะพอใจคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ แต่หลายคนซึ่งแม้จะเชื่อว่า ปรากฏการณ์ที่เห็นเมื่อวานนั้นไม่ใช่วัตถุลึกลับอะไร แต่ก็ยังไม่พอใจต่อคำอธิบายเกี่ยวกับ "ลำแสงสีเหลืองส้ม" ที่เห็น เวียดนามเอ็กซ์เพรสกล่าว.

....................................................
27 กันยายน 2010 อดีตนายทหารกองทัพอากาศสหรัฐจำนวน 6 นาย แถลงข่าว
หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐปิดบังข้อมูลเรื่องภัยคุกคามระบบอาวุธนิวเคลียร์ของUFO ถึงแม้จะถูกห้ามไม่ให้เปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะก็ตาม แต่พวกเขาต้องการบอกความจริง ที่เกิดขึ้นหลายปีที่ผ่านมา...เหตุที่เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น เกิดขึ้นเมื่อ 16 มี.ค.ปี 1967 ที่ฐานทัพกองทัพอากาศสหรัฐในเมืองมอนตาน่า พวกเขาเห็นกับตาว่า มีวัตถุลึกลับบินอยู่เหนือฐานทัพ และได้ทำให้ระบบขีปนาวุธขัดข้อง จากนั้น สัปดาห์ต่อมา ยังเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ ที่ฐานทัพอากาศสหรัฐในสถานที่อื่นๆด้วย
และเมื่อปี 2003 ที่ผ่านมา พบว่า แผ่นจานวงกลมขนานใหญ่บินอยู่เหนือบริเวณฐานทัพ ทำให้ระบบขีปนาวุธนิวเคลียร์ขัดข้องหลายเครื่อง นอกจากนี้วัตถุแผ่นจานกลม ได้ยิงแสงยังฐานทัพอากาศเบนต์วอเตอร์ของอังกฤษ และยังลงจอดในบริเวณพื้นที่เก็บอาวุธนิวเคลียร์ด้วย
“เราพิสูจน์ได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง กองทัพอากาศสหรัฐกำลังโกหกเกี่ยวกับภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติจากวัตถุลึกลับฯต่อฐานทัพนิวเคลียร์ และดูเหมือนจะเมินเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราจะแจกจ่ายเอกสารรัฐบาลที่สามารถยืนยันปฎิบัติการโจมตีของยูเอฟโอ ต่อฐานทัพนิวเคลียร์” พวกเขากล่าว

ต่ออีกหน่อย (ข้อมูลเก่า หลายปีมาแล้ว) ...มนุษย์ต่างดาวติดต่อคนไทย!
ศ.ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน อ้างว่าได้เคย สัมภาษณ์มนุษย์ต่างดาว 2 ตน รายละเอียดบางตอน ดังนี้
ถาม : ทำไมท่านจึงมาติดต่อกับผม เพราะบังเอิญหรือเพราะอะไร?
ตอบ : การมาติดต่อกับท่าน ไม่ใช่เพราะเหตุบังเอิญ พวกเราติดต่อกับสายพันธุ์เดียวกันเท่านั้นหรือจะเรียกตามภาษามนุษย์ว่า มีกรรมพัวพันกันก็ได้ มนุษย์ต่างดาวจะมาที่โลกนี้ใน 3 รูปแบบ คือ
1)มาในรูปมนุษย์ต่างดาว อย่างพวกเราขณะนี้
2)มาในแบบถูกส่งมาจุติให้เป็นมนุษย์ ตัวท่านเอง( ดร.เทพนม) ได้ถูกส่งลงมายังโลกนี้ห้าพันกว่าปีแล้ว มีหน้าที่ประสานงานระหว่างมนุษย์กับต่างดาว
3)วิญญาณของมนุษย์ต่างดาวเข้าสิงอยู่ในตัวมนุษย์
ถาม : ขอให้ท่านให้ความกระจ่าง เกี่ยวกับมนุษย์คู่แรกบนโลกนี้ว่า มาจากไหนกันแน่? มาจากลิงใช่หรือไม่?
ตอบ : มนุษย์ไม่ได้พัฒนามาจากลิงอย่างที่เข้าใจกัน ตามความเป็นจริง มนุษย์เพศชายคนแรกที่พวกท่านเรียกว่า”อาดัม”นั้น ถูกสร้างขึ้นมาที่ดาวนพเคราะห์ดวงหนึ่งนอกระบบสุริยะของท่าน พระผู้สร้างได้ให้พวกเรา นำมนุษย์ผู้นั้นมาไว้ยังโลกนี้ และต่อมาได้สร้างมนุษย์เพศหญิง ที่พวกท่านเรียกว่า “อีฟ” ขึ้นมาอีกคนหนึ่ง และให้นำมาอยู่ด้วยกัน จนสืบเชื้อสายมีลูกหลานกันมากมายไปทั่วโลก พวกเราเปรียบเสมือนบรรพบุรุษของพวกท่านเหมือนกัน มีหน้าที่คอยดูแลช่วยเหลือพวกท่านอยู่เสมอมา ในระยะ 200 กว่าปีที่ผ่านมา มนุษย์เจริญทางวิทยาศาสตร์ขึ้นมามาก แต่ทางด้านศีลธรรม และจริยธรรม กลับพัฒนาได้น้อยมาก เมื่อมนุษย์ค้นพบพลังงานใหม่ เช่นพลังปรมาณู ก็นำไปใช้สร้างอาวุธทำลายล้างกัน แทนที่จะนำไปใช้ในด้านพัฒนาสุขภาพและสันติภาพ
ถาม : มนุษย์ต่างดาว จะมายังโลกนี้ ต้องได้รับอนุญาตจากใครก่อนหรือเปล่า?
ตอบ : มนุษย์พิเศษจากดาวอื่นๆ จะมายังโลกนี้ ต้องขออนุญาตจากสมาคมระหว่างดวงดาวก่อนเสมอ หรือถูกส่งให้มาช่วยเหลือในบางเรื่อง แต่เมื่อมาถึงโลกนี้ ก็ยังต้องรายงานกับ”ผู้ตรวจโลก” ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยอยู่ มนุษย์ต่างดาวที่แอบมาก็มีเหมือนกัน คือ มาโดยไม่ขออนุญาตก่อน ส่วนมากพวกนี้เป็นพวก”ไม่ดี” ซึ่งมีอยู่เหมือนกัน แต่เป็นจำนวนน้อย ปีที่แล้ว มีพวกกลุ่มไม่ดี ได้แอบเข้ามาในโลกของท่าน ด้วยยานอวกาศลำใหญ่ขณะมิติเปิด ขณะนี้สำหรับประเทศไทย กลุ่มไม่ดีลอยอยู่ในบริเวณเขาผีปันน้ำ ในภาคเหนือของประเทศท่าน หากพบยานบินสีดำ อย่าไปยุ่งเกี่ยวด้วย อันตรายมาก……
ถาม : เมื่อ 6 สิงหาคม 2542 ผมได้รับเชิญจากองค์การนาซ่าและInternational Space University ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมาจัดประชุมอยู่เงียบๆอยู่ที่มหาวิทยาลัยสุรนารี ให้ไปพูดถึงเรื่อง”การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยูเอฟโอ และผู้ขับขี่ยานบินในประเทศไทย พ.ศ.2540-2542″ และได้รับคำชมเชยจากฝรั่งนักวิชาการ 300 กว่าคนว่า ทำวิจัยได้ดีมาก ท่านคิดอย่างไรกับเรื่องที่นาซ่าคิดจะไปยึดดาวอังคารทำเหมืองแร่ และส่งคนไปอยู่ 50,000 คน ใน 20 ปีข้างหน้านี้ และทำไมจานบินของท่านมาแล้ว ไม่ยอมบินลงมาต่ำตามที่ขอร้องให้ฝรั่งเห็นทั่วกัน?
ตอบ : เราไปฟังอยู่ตลอดเวลา และไม่พอใจอย่างมาก ที่เขาคิดจะไปยึดดินแดนที่มีเจ้าของแล้ว เช่นที่เคยทำมาในโลกนี้ในอดีต ขอบอกสั้นๆว่า หากรบกัน ก็ไม่มีทางสู้พวกเราได้ ขอให้บอกแก่พวกเขา 3 ข้อ คือ
1)จานบินและมนุษย์ต่างดาวนั้น มีจริง และได้มาเยือนโลกนี้ เป็นเวลานานหลายพันปีแล้ว มนุษย์เปรียบเสมือนลูกหลานของเรา
2)มนุษย์ต่างดาว ไม่ต้องการมายึดครองโลกนี้ ในทำนองเดียวกัน มนุษย์ก็ไม่ควรคิด จะไปยึดครองดวงดาวของเรา เพราะมีเจ้าของแล้ว และไม่มีทางสู้เราได้
3)ขอให้มนุษย์ใช้สติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาโลกนี้ดีกว่า รวมทั้งเตรียมรับภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้นในโลกนี้
ยานอวกาศของเรา อาจบินไปให้บางคนเห็น แต่เราไม่บินลงต่ำ เพราะคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไร...













