วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552

ลิงเปลือยที่ชื่อว่า "คน"

ลิงเปลือย : The Naked Ape
Special Thanks : แปลและสรุปเนื้อหาโดย Taweesup
(ที่มาเนื้อหา : หนังสือ "The Naked Ape" by Desmond Morris)


ดู Video Clip สนุกๆ เกี่ยวกับทฤษฎีวิวัฒนาการของ ชาลส์ ดาร์วิน และ The Naked Ape

Desmond Morris

"Desmond Morris" เป็นนักสัตววิทยาหรือผู้ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ (Zoologist) ได้เขียนหนังสือ“The Naked Ape” เมื่อประมาณเกือบ 40 ปีมาแล้ว (ไม่รู้ว่ามีฉบับแปลเป็นไทยแล้วหรือย้ง) โดย Morris ใช้กรอบของการศึกษาชีวิตและพฤติกรรมของลิงและสัตว์อื่น มาทำการศึกษาเทียบเคียงกับ “คน” และจัดให้คนเป็นลิงชนิดหนึ่งที่เรียกชื่อสั่นๆว่า "Naked Ape" "ลิงเปลือย"หรือ"ลิงไม่มีขนคลุม" (หมายถึงไม่มีขนที่ยาวปกคลุมทั่วทั้งร่างกายเหมือนลิงพันธุ์อื่นๆ)

ในคำนำของหนังสือ กล่าวว่า Ape ที่ชื่อว่า "คน" นี้ ดูแปลกจากลิงทั่วๆไปที่เป็นญาติใกล้ชิดทางสายพันธุ์ของมัน เช่น ลิงชิมแปนซี (มีดีเอ็นเอ เหมือนคนประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์)ตรงที่ "มันไม่มีขนปกคลุม" ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่เอามาตั้งเป็นชื่อเรียกลิงชนิดนี้และเป็นชื่อหนังสือ ในหนังสืออธิบายถึงเหตุที่มันต้องปรับตัวโดยการสลัดขนของตัวเองทิ้งไป ซึ่งการสลัดขนทิ้งหมายถึงการสูญเสียเครื่องนุ่งห่มตามธรรมชาติที่ทำหน้าที่ป้องกันทั้งความร้อนความหนาว การกระทบกระแทกขีดข่วน และอันตรายจากเหลือบยุง ริ้นไร ต่างๆ

Morris ได้อธิบายพฤติกรรมต่างๆของ Naked Ape จากการสังเกตศึกษาของเขาเอง ไว้หลายประเด็นน่าสนใจมาก อาทิเช่น กำเนิดของ Nakes Ape นี้มีสายพันธ์มาจากอะไร, ตัวผู้ตัวเมียมีพฤติกรรมอย่างไร, มีการจับคู่และเลี้ยงลูกกันอย่างไร มีการหาความสุขกันอย่างไร ฯลฯ โดยภาพรวมแล้วแก่นของเนื้อหาหลักๆ สอดคล้องกับทฤษฎีของ ชาลส์ ดาร์วิน ที่ว่า วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตต่างๆรวมทั้งคนด้วย เป็นไปเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ แต่เนื้อหาของ Morris เป็นการขยายรายละเอียดให้เห็นภาพในแง่มุมอื่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก (สนใจอ่านเกี่ยวกับ ชาลส์ ดาร์วินเพิ่มเติมได้ที่ Blog หัวข้อ ชาลส์ ดาร์วิน "ฤามนุษย์เป็นได้แค่สัตว์ร้าย")

ลิงซิมแปนซี มีดีเอ็นเอ เหมือนคนถึง 98 เปอร์เซ็นต์

โดยสรุปแล้วเหตุผลที่ลิงเอปที่ชื่อว่า "คน" นี้จำต้องสลัดขนทิ้งมีความเกี่ยวเนื่องกับ "Sex" อันเป็นหัวใจอันสำคัญในการดำรงเผ่าพันธุ์ที่ดีให้อยู่รอดสืบทอดต่อไป มีรายละเอียดโดยย่อเป็นลำดับดังต่อไปนี้

- เมื่อหลายล้านปีก่อนลิงเอปชนิดนี้มีขนปกคลุมทั่วทั้งร่าง ดำรงชีวิตอยู่บนต้นไม้กินผลไม้เป็นอาหารต่อมาลิงเอปชนิดนี้เริ่มลงมาอยู่บนพื้นดิน ค่อยๆเดินตัวตรงเพื่อความคล่องตัวในการเคลื่อนที่และการมองเห็นได้กว้างไกลขึ้น ส่วนหางค่อยหดสั้นเพราะไม่จำเป็นต้องใช้ และเริ่มรู้จักการกินเนื้อ แต่การดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมบนพื้นดินมีอันตรายมากกว่าการอยู่บนต้นไม้เนื่องจากมีสัตว์ร้ายอย่างหมาป่า สิงโต เสือและสัตว์นักล่าอื่นๆอยู่มากมาย

- เรา(ซึ่งเป็นลิงตอนนั้น)ก็เลยต้องปรับตัว วิวัฒนาการเพื่อให้อยู่รอดและสามารถต่อสู้ป้องกันตัวเองจากสัตว์ร้ายต่างๆที่มีเขี้ยวเล็บและมีพิษได้ โดยเลือกที่จะพัฒนาสมอง เพราะถ้าหากต้องวิวัฒนาการให้มีเขี้ยวเล็บ-พละกำลังต่อสู้เทียบชั้นกับสัตว์นักล่าอื่นๆได้นั้น คงมีอันต้องสูญพันธุ์ไปเสียก่อนเป็นแน่ เนื่องจากสัตว์นักล่าได้วิวัฒนาการเขี้ยวเล็บทั้งยังมีพละกำลัง พิษสงต่างๆ ก้าวหน้ามาก่อนเรานานโขแล้ว เราจีงต้องพัฒนาสิ่งอื่นที่สัตว์ร้ายไม่มีกว่า นั้นคือ ปัญญา...โดยการวิวัฒน์ให้มีสมองใหญ่ขึ้น ฉลาดขึ้น คิด-ประดิษฐ์ อะไรได้ซับซ้อนกว่าสัตว์อื่นๆ

- เมื่อมีสมองมองใหญ่ขึ้น ข้อมูลความรู้ ภูมิปัญญาต่างๆก็มากขึ้นตาม จึงจำเป็นตัองมีระยะเวลาเป็นเด็กให้ยาวนานยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรับการถ่ายทอด เรียนรู้ ภูมิปัญญาจากพ่อแม่และเผ่าพันธุ์ตัวเองได้อย่างเต็มที่ โตขึ้นจะได้อยู่รอดได้ ต่างจากสัตว์ที่เกิดมาก็มีเขี้ยวเล็บพละกำลังที่สามารถใช้งานได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเรียนรู้อะไรกันมากมาย- นอกจากนี้ในอดีตเมื่อครั้งที่อยู่บนต้นไม้ เราและลิงทั้วๆไปหลังจากการผสมพันธุ์ หรือมี sex กันแล้ว ตัวเมียจะเลี้ยงลูกเพียงลำพังตัวเดียว(หรือคนเดียว)ตัวผู้ไม่จำเป็นต้องมาเกี่ยวข้องด้วย และตัวเมียก็ไม่ยอมมี sex ด้วยอีกต่อไป จนกว่าจะตกไข่อันเป็นฤดูผสมพันธุ์อีกครั้งเท่านั้น(ทั้งๆที่ตัวผู้มีความต้องการและสามารถมี sex ได้เรื่อยๆ)

- เพราะฉะนั้นเมื่อผสมพันธุ์-ตั้งครรภ์เรียบร้อยแล้ว ตัวผู้กับตัวเมียก็ไม่มีพันธะผูกพันธ์อะไรกันอีก ตัวผู้สามารถไปผสมพันธุ์กับตัวเมียตัวอื่นได้ต่อไปเรื่อยๆ(สัญชาตญาณนี้ยังคงฝังอยู่ในผู้ชายมาถึงยุคปัจจุบัน ผู้ชายโดยส่วนใหญ่ลึกๆแล้วจึงมักมีอาการ"เจ้าชู้") แต่ในเมื่อมาดำรงชีวิตอยู่บนดิน เงื่อนไขต่างๆได้เปลี่ยนไป สมองใหญ่ขึ้น ตัวเมียต้องเลี้ยงลูกนานขึ้น สัตว์ร้าย ภยันตรายต่างๆมากขึ้นดังที่กล่าวมาแล้ว ทำให้ภาระในการเลี้ยงลูกหนักเกินกว่าที่ตัวเมียตัวเดียว(หรือคนเดียว)จะเลี้ยงให้อยู่รอดปลอดภัยได้

- จึงมีความจำเป็นที่ต้องวิวัฒนาการสร้างเงื่อนไขบางประการให้ตัวผู้อยู่ช่วยตัวเมียเลี้ยงลูก มิเช่นนั้นเผ่าพันธุ์ Ape ที่เรียกว่า "คน" นี้ อาจสูญพันธุ์ได้ นั้นคือต้องมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งสามารถผูกตัวผู้ให้อยู่ร่วมใช้ชีวิตคู่เลี้ยงลูกกับตัวเมียต่อไป และเนื่องจากธรรมชาติดั้งเดิมที่ตัวผู้สามารถมี sex และมีความต้องการทาง sex อยู่เรื่อยๆไม่จำกัดเวลา ในขณะที่ตัวเมียไม่เป็นเช่นนั้น "Sex" จึงเป็นเงื่อนไขทางกายภาพที่สำคัญที่สุดและเหมาะสมที่สุดในอันจะต้องปลดล๊อควิวัฒนาการเป็นอันดับแรก วิวัฒนาการจึงเป็นไปในลักษณะปรับให้ตัวเมียสามารถมี sex ได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกับตัวผู้ แทนที่จะเป็นเพียงแค่ช่วงตกไข่ในฤดูผสมพันธุ์ดังแต่ก่อน จนวิวัฒนาการของตัวเมียได้ก้าวหน้าไปถึงขั้น...แม้กระทั้งตอนตั้งท้องอยู่ก็ยังสามารถมี sex ได้ หรือหลังจากคลอดลูกแล้วไม่นานก็มีความพร้อมที่จะมี sex ได้ทันที และเพื่อให้การมี sex น่ารื่มรมย์และสุขสมได้ทั่วทั้งเรือนร่าง วิวัฒนาการก็มาถึงจุด Climax อันส่งผลให้รูปลักษณ์ภายนอกของ Ape ต่างจากลิงพันธุ์อื่นอย่างชัดเจน นั้นคือ "การสลัดขนปกคลุมร่างทิ้งไป" เพื่อให้ได้มีสัมผัสอันราบเรียบไม่ติดขัด Sexจึงเป็นที่หลงใหลติดใจของทั้งตัวผู้และตัวเมีย(แต่ก็ยังคงเหลือขนยาวในบางส่วนของร่างกายไว้บ้าง ก็เพื่อความสวยงามเสริมเสน่ห์อาทิ ผม คิ้ว หนวด ขนหน้าอกของผู้ชาย และปกป้องสิ่งแปลกปลอมในส่วนที่ละเอียดอ่อน ขนจมูก ขนตา เป็นต้นฯลฯ) และเมื่อสามารถมี sex อย่างสุขสมและมีกันได้เรื่อยๆไม่จำกัดฤดูผสมพันธุ์อย่างนี้แล้ว ตัวผู้(ส่วนใหญ่)ก็ไม่ต้องจำเป็นต้องไปแสวงหาตัวเมียตัวอื่นให้เหนื่อยเปล่า ยังคงใช้ชีวิตกับตัวเมียตัวเดิมเรื่อยไป ตัวผู้จึงต้องช่วยเลี้ยงลูกไปโดยปริยาย ก็เป็นอันบรรลุวัตถุประสงค์ของวิวัฒนาการ ส่วนเรื่องขนอันเป็นประหนึ่งเครื่องนุ่งหุ่มตามธรรมชาติที่สูญเสียไปนั้น เรื่องเล็ก! สมองอันชาญฉลาดของลิงเอปพันธุ์นี้ย่อมสามารถเสาะหาและสร้างสิ่งทดแทนได้โดยไม่ยาก...อย่าง หนังสัตว์ ขนสัตว์-การผลิดเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ ดังที่รู้เห็นกันอยู่

The Naked Ape : สลัดขนที่ปกคลุมร่างกาย เผยผิวเนียนเกลี้ยงเกลาเป็นเสน่ห์ดึงดูด-ยั่วยวนทาง Sex

- พร้อมกันนี้เพื่อให้ความสุขจากการเสพ Sex ของตัวผู้เพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก ก็ได้มีวิวัฒนาการ ให้อวัยวะเพศตัวผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม(เมื่อเทียบกับสัดส่วนต่อขนาดร่างกายกับลิงสายพันธุ์อื่นๆ) ซึ่งก็มีส่วนช่วยเสริมให้ตัวเมียได้สุขสมมากขึ้นด้วยเช่นกัน

อวัยวะเพศใหญ่แสดงความเป็นชายที่สมบูรณ์ สัญชาตญาณที่ฝังลึกสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้สัญชาตญาณความภาคภูมิใจในอวัยวะเพศที่ใหญ่กว่าลิงสายพันธุ์อื่น ยังได้พัฒนาคลี่คลายกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจ ความอุดมสมบูรณ์ และแสดงอัตตาก้าวร้าวของเพศผู้

- และก่อนหน้านี้ ลิงเอปตัวเมียทั่วๆไปจะมีหน้าอกอันเป็นเครื่องแสดงให้ตัวผู้รู้ว่าพร้อมผสมพันธุ์เฉพาะช่วงตกไข่ติดสัดและเฉพาะช่วงให้นมลูกเท่านั้น เมื่อหมดช่วงเวลานั้นแล้วก็จะแฟบหายไปเองตามธรรมชาติ ลิงไร้ขนตัวเมียจึงได้วิวัฒน์หน้าอกให้เต่งตึงมีรูปร่างเห็นชัดต้องตาต้องใจ แม้เวลาที่ไม่ให้นมลูกแล้วก็ยังเห็นเด่นชัดเต่งดึงอยู่ และแม้แต่ลิงเอปสาวตัวเมียที่ยังไม่เคยมีลูกเลยก็เต่งดึงโดดเด่นเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นเสน่ห์ดึงดูดทาง Sex มัดใจตัวผู้ให้หลงใหลติดอกติดใจได้ยิ่งขึ้นอีกชั้นหนึ่ง

โชว์หน้าอก : สัญชาตญาณในการดึงดูด-หลอกล่อเพศผู้

หน้าอกแฟบ-ผิวพรรณไม่เรียบเนียนสดใส นอกจากทำให้ขาดเสน่ห์ทางกายภาพในการดึงดูดเพศชายแล้วยังแสดงถึงสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรงไม่เหมาะต่อการสืบพันธุ์ ทำให้ผู้หญิงขาดความมั่นใจ ล้วนมาจากสัญชาตญาณอันเกิดจากการวิวัฒนาการเมื่อครั้งอดีต

สรุป : ตามทฤษฎี Desmond Morris รากฐานดั้งเดิมในวิวัฒนาการของ Naked Ape เกิดจากเงื่อนไขง่ายๆที่ว่า เมื่อลงมาดำรงชีวิตบนพื้นดินอันเต็มไปด้วยอันตราย ตัวผู้จำเป็นต้องอยู่ช่วยตัวเมียเลี้ยงลูก เลยได้วัวัฒนาการ Sex ให้เป็นเครื่องผูกมัดผูกพันธุ์ซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันในลักษณะครอบครัวจึงเกิดขึ้นนับแต่บัดนั้น แล้วได้ค่อยๆวิวัฒนาการต่อเนื่องเรื่อยมาจนกลายเป็นวิถีชีวิตอันแสนลับซับซ้อนในสังคมมนุษย์ยุคปัจจุบัน ถ้าขาดการวิวัฒนาการของ Sex และสมอง ในแนวทางที่ หนังสือ The Naked Ape กล่าวมาแล้วนั้น เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็มีอันต้องสูญสิ้นไปนานแล้ว...

ยังมีประเด็นปลีกย่อยในเนื้อหาของหนังสือ The Naked Ape อีกมากมาย แต่จับแก่นสาระแล้ว เนื้อหาได้สะท้อนให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจในทำนองที่ว่า...พฤติกรรมหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็น สัญชาตญาณเรื่องเพศ-การสืบพันธุ์, การไล่ล่า, การดิ้นรนต่อสู้, การป้องกันตัว, การจับกลุ่ม, การทำมาหากิน ฯลฯ ได้วิวัฒนาการเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่อยู่ในป่าตามธรรมชาติอันกินเวลายาวนานนับล้านปี ส่วนการเปลี่ยนวิถีชีวิตไปสู่แบบอารยธรรมสังคมเมืองในปัจจุบันเพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อไม่กี่พันปีนี้เอง ดังนั้นพฤติกรรมดั่งเดิมอันเป็นสัญชาตญาณดิบเถื่อนหลายอย่างสมัยที่เรายังใช้ชีวิตในป่านั้นยังหลงเหลืออยู่และยังไม่ได้ปรับให้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับวิถีชีวิตแบบสังคมเมือง " มนุษย์จึงต้องเผชิญกับความขัดแย้งและสับสนในตัวเองอย่างสูง อันก่อเกิดพฤติกรรมที่แปลกประหลาดและซับซ้อนเข้าใจยากในหลายๆด้าน รวมทั้งก่อให้เกิดปัญหาวุ่นวายต่างๆในทางสังคมมากมาย ดังที่มีให้เห็นกันอยู่เรื่อยมานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน "

อย่างไรก็ตาม มองจากกรอบการศึกษาของ Desmond Morris แล้ว ผลจากการวิวัฒนาการทาง สมอง และ Sex ของ Naked Ape ที่ชื่อว่า "มนุษย์" นี้ นอกจากจะช่วยให้เผ่าพันธุ์อยู่รอดสืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันแล้ว ยังได้ส่งผลให้วิถีชีวิตของลิงชนิดนี้มีความเป็นอยุ่สะดวกสบายยิ่งขึ้น, ชีวิตมีสีสันอันน่าพิศวง อีกทั้งมีอำนาจยิ่งใหญ่ครอบครองโลกเหนือสัตว์ทั้งปวง และสัญชาตญาณอันเกี่ยวเนื่องกับ Sex ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่งในกำหนดพฤติกรรม แรงจูงใจและความเป็นไป-กิจกรรมต่างๆในวิถีชิวิตของมนุษย์ส่วนใหญ่ทั้งในระดับปัจเจกและระดับสังคม...

วิถีแห่งการวิวัฒนาการยังคงดำเนินต่อไปไม่หยุดยั่ง รูปแบบชิวิตของ ลิงเอปเปลือยที่ชื่อว่า"มนุษย์"นี้ จะคลี่คลายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบใดต่อไปในอนาคต นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นท้าทาย และยากต่อการคาดเดา...?

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ1 พฤศจิกายน 2553 08:09

    ดีครับ อยากได้หนังสือมาอ่านมั่งจัง

    ตอบลบ
  2. หนังสือเรื่องนี้หายไปจากท้องตลาดนานมากแล้วครับ อย่างน้อยก็ 40+ ปี เดิมทีอาจารย์ ดร.มยูร วิเศษกุล เคยแปลไว้ในชื่อ "ลิงเปลือย" เช่นกัน จัดเป็นหนังสือดีที่โลกลืมอีกเล่มหนึ่ง ขอบคุณครับที่ช่วยฟื้นความจำ....

    ตอบลบ