วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2552

มหากาพย์ "กิมมิค"

"กิมมิค" ?... ก่อนเข้าสู่เนื้อหา...
...เพื่อความเป็นสิริมงคล ดูวิดีโอคลิปสั้นๆที่มี "กิมมิค" กันก่อน

1. งานของ Michel Gondry : Solves a Rubiks Cube with his Nose


2. งานโฆษณา Notebook ของ HP (Hewlett Packard)
..............................................................................


เข้าเรื่องกันเลย... A long time ago, in a galaxy far, far away...

Episode I : ตอน นิยามของ "กิมมิค"

"กิมมิค" เป็นภาษาอังกฤษ "Gimmick" แปลตรงๆตัวคือ "กลเม็ด"หรือ "เคล็ดลับ" แต่คำนี้ใช้ในความหมายที่กินความกว้างเกินกว่านั้น ยากที่จะกำหนดความหมายแบบง่ายๆสั้นๆได้ เป็นคำที่ใช้ได้กับทุกวงการ มักจะเอ่ยอ้างกันอยู่บ่อยๆในวงการเกี่ยวกับงานสร้างสรรค์ และงานการการตลาด อาทิ งานศิลปะ, กราฟฟิค, งานโฆษณา, งานออกแบบสินค้า-ผลิตภัณฑ์, หรือวรรณกรรม...สื่อไปในทาง การแอบมีลูกเล่นเล็กๆพิเศษๆในงาน, การประชดประชัน-ล้อเลียนชนิดแสบๆคันๆเกินกว่าธรรมดาทั่วๆไป, การหักมุมเหนือความคาดหมายจนถึงกับอึ้ง! หรือการปฏิวัติอย่างสิ้นเชิงจนต้องตะลึง ฯลฯ..."กิมมิค" เป็นเรื่องของ ความคิด(idea) ไม่ใช่เรื่องของศิลปะความสวยงาม, ความประณีตเชิงช่าง, ความยิ่งใหญ่อลังการ หรือความเลิศล้ำทันสมัยไฮเทค แต่สิ่งต่างๆเหล่านี้อาจนำมาใช้เป็นตัวส่งเสริมให้ "กิมมิค" มีความชัดเจนขึ้น(งานที่ออกแบบสวยงามหรืองานศิลป์ที่ใช้ฝีมือชั้นอภิมหาเซียน...อาจไม่มี "กิมมิค" เลยก็ได้! แยกแยะดีๆเดี๋ยวจะเข้าใจผิด)

..............................................................................

Episode II : ตอน สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "กิมมิค"
(รู้จักกับ "กิมมิค" เพิ่มขึ้นอีก เพื่อความกระจ่าง)
+ "กิมมิค" มีรูปร่างไม่แน่นอน มักเร้นกายอยู่ใน...การคิดพลิกแพลง, คิดนอกกรอบ, การแหกกฏ, การละทิ้งความเคยชินเดิมๆ ฯลฯ (แต่การคิดฟุ้งซ่านสับสน จะเกิด "กิมมิค" ได้ยาก)

+ "กิมมิค" ปกติเก็บตัวปลีกวิเวก นานๆจะปรากฏตัวต่อสาธารณชนสักครั้ง โผล่มาทีไรคนแตกตื่นกันทุกที

+ "กิมมิค" เมื่อเปรียบเทียบกับ "ความคิดสร้างสรรค์(Creative Thinking)" ตัวต่อตัว จะพบว่า ทั้งฝีมือและหน้าตาก็ใกล้เคียงเหมือนกันราวกับเป็นพี่น้องฝาแฝด แต่กิมมิคจะเก็บตัวมากกว่า และเมื่อ"ความคิดสร้างสรรค์" มากับเจอ "กิมมิค" ความคิดสร้างสรรค์มักโค้งคำนับงามๆแล้วพูดว่า "ข้าน้อยขอคารวะครับท่านอาจารย์"

+ "กิมมิค" ชอบปรากฏตัวออกมากในรูปของ "Less is more" หรือในสำนวนไทยๆว่า "น้อยๆแต่เจ็บลึก"

+ "กิมมิค" ไม่นิยมความรุนแรง ในเชิงการมุ่งประหัดประหารโจมตีคู่ต่อสู้ แบบ คุณสุรยุทธ์เฮ้ย! ไม่ช่าย... คุณ"กลยุทธ์" หรือ คุณ"ยุทธศาสตร์" แต่มักสำแดง ความเฉียบขาด!ทางความคิด ให้ผู้พบเห็นได้เกิดอาการ ทึ่ง! เจือด้วยความบันทิงหรือขำได้บ้างเหมือนกัน

+ "กิมมิค" มีเมีย!! แล้วนะครับ ผมเสียใจด้วยจริงๆ แฟนเขานามว่านาง"จินตนาการ" วันใด จินตนาการ ไม่อยู่ กิมมิค ก็ล้มหมอนนอนเสื่อ ง่อยเปลี้ยเสียself ในบัดดล

+ "กิมมิค" มีคู่กรณีที่มองหน้ากันไม่ติดท่านหนึ่ง ชื่อว่า นาย "Same" นามสกุล "same"หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "Same same" (อยากรู้ว่า Same same หน้าตาประมาณไหนให้ไปดู สิ่งมีชีวิตนานาพันธุ์ในสภา อิ อิและที่ตลกคือบางที "กิมมิค" ก็ชอบปลอมตัวเป็น Same same เหมือนกัน แต่ในที่สุดผู้คนที่ได้พบเห็นมักจะจับได้ว่าปลอมตัวมา เพราะจะมีลักษณะไม่ Same same เสียทีเดียวแต่จะเป็น "Same same but different"

..............................................................................

Episode III : ตอน ผลจากการมี "กิมมิค"


สรุป : โดยส่วนตัวคิดว่า หากจะพูด "มีกิมมิค" เป็นภาษาไทยๆสั้นๆ...คำว่า "มีกึ๋น" เห็นจะใกล้เคียงสุด

ในเชิงธุรกิจพาณิชย์ "กิมมิค" ช่วยส่งเสริมให้สินค้า-ผลิตภัณฑ์ มีความโดนเด่นแหวกแนวไม่เหมือนใคร, สร้างความประทับใจฝังลึก, เป็นที่จดจำติดตา, ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Talk of the town" หรือแปลเป็นไทย = "ลือกันให้ลั่นสนั่นเมือง" และอาจเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มี Margin สูงขึ้นแบบถล่มทลาย...ที่สำคัญคือ การมี "กิมมิค" ทำให้โลกของเราใบนี้ไม่น่าเบื่อซักกะตาย มีสีสัน และน่าอยู่มากขึ้นอีกเยอะเลย :)

..............................................................................

"ขอ กิมมิค จงอยู่กับท่าน"

- The End -

1 ความคิดเห็น:

  1. แจ๋วมากเลยครับ กำลังถกประเด็นเรื่องคำว่า กิมมิค กับรุ่นพี่อยู่พอดี

    อธิบายในดิดแล้วไม่ค่อยเข้าใจเลย

    ตอบลบ