อยากเปลี่ยนประเทศไทย! ไหม?
Spot จากท่าน ว.วชิรเมธี... "อยากให้อยู่นิ่งๆ..."
...............................
แรงบันดาลใจมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่ถ้ายังไม่เจอ ลองดูใหม่อีกครั้ง : You can find inspiration in everything if you can't,look again
อยากเปลี่ยนประเทศไทย! ไหม?
Spot จากท่าน ว.วชิรเมธี... "อยากให้อยู่นิ่งๆ..."
...............................

ไข่ขาวเค้าใช้ เจลาตินที่ทำ Jelly , แป้ง , Benzoic acid ,แล้วก็ Alum หรือ Aluminium Potassium Sulfate ครับ ซึ่งใช้ในโรงงานโดยที่บางแห่งใช้ Alum ในการกัดสีของโลหะหรือกัดสนิมในโรงงานอุตสาหกรรม
ไข่แดงจะใช้สีผสมกับส่วนประกอบที่ยังไม่สามารถระบุได้ แล้วเทใส่แม่พิมพ์กลมๆ
เปลือกไข่ทำมาจาก Paraffin Wax ผสมกับน้ำขาวๆที่ยังไม่สามารถระบุได้ครับ ราดบนไข่ปลอม รอจนแห้งมันจะแข็งเหมือนเปลือกไข่ นี่คือ ไข่แดงปลอม ซึ่งลอยอยู่ในน้ำที่เค้าเรียกกันว่า น้ำวิเศษประกอบไปด้วย แคลเซียมคลอไลด์ ซึ่งจะทำให้ไข่แดงกลมอยู่ตัวแบบนี้ไปตลอด จากนั้นเอาเข้าแม่พิมพ์กลมๆ ราดไข่ขาวปลอมตามลงไปรอให้แห้ง
พอแห้งแล้วก็ราด Paraffin Wax ที่ทำเป็นเปลือกไข่
อาจจะมีการแต่งสีให้เหมือนไข่จริง ก็สามารถออกขายได้แล้ว

.................
.jpg)
- Surrogates -
"กับโลกแห่งความจริงๆก็วุ่นวายพออยู่แล้ว ยังจะแส่แกว่งเท้าหาเสี้ยนในโลกเสมือนจริงอีก พวกมนุษย์นี่ก็จริงๆ! ฮึๆ"...Andriod กล่าว :)
ในปี 2054 คนใช้ตัวแทนที่เป็นหุ่นยนต์Andriod ออกนอกบ้านไปมีปฏิสัมพันธ์ในด้านต่างๆกับคนอื่นๆ(ซึ่งคนอื่นก็อาจเป็นAndriodตัวแทนด้วยเช่นเดียวกัน) โดยตัวจริงที่มีชีวิตเป็นๆนอนควบคุมสั่งการ Remote control อยู่ที่บ้าน คล้ายในหนัง The Matrix แต่ต่างกันที่ มีบางคนที่เป็นตัวจริงใช้ชีวิตปะปนกับหุ่นตัวแทน แล้วเมื่อตัวจริงกับตัวแทน มีกรณีพิพาทร้ายแรงถึงเป็นถึงตาย! จะมีวิธีจัดการคลี่คลายกับเรื่องทำนองนี้ยังไง? ไว้ไปดูในหนังเรื่อง "Surrogates" ที่กำลังจะฉายปลาย 2009 นี้...ดูจาก Trailer แล้วคิดว่าน่าจะสนุก(มั้ง)
ปรากฏการณ์ทำนองนี้คงเป็นเฉกเช่นเดียวกับหลักการ "ภพซ้อนภพ!" ในคติปรัชญา-ศาสนาตะวันออก

Surrogates เดิมคือหนังสือแนวนิยายวิทยาศาสตร์สืบสวน ประเภทการ์ตูนชีรี่ย์ที่เรียกว่า "Graphic Novel" แต่งโดย "Robert Venditti" วาดภาพประกอบโดย "Brett Weldwele" ออกมาแล้ว 5 ภาค...Vol.1 ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2006 ได้ข่าวจะมีเล่มใหม่ไปออกมาภายในเดือนนี้(กรกฎา 2009)

"Venditti" ผู้แต่ง The Surrogates ได้รับแรงบัลดาลใจจากการเห็นผู้คนจำนวนมากสูญเสียคนรัก-เพื่อน สูญเสียการงาน ฯลฯ ด้วยเหตุที่เขาทั้งหลายเหล่านั้นติดโลกออนไลน์เสมือนจริงงอมแงม(จะด้วยความจำเป็นหรือความไม่จำเป็นก็ตาม) เขาสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองอย่างสิ้นเชิง แต่กลายเป็นอีกคนที่สมบูรณ์แบบในโลกเสมือนจริง!
จะว่าไปแล้วไม่ต้องรอโลกอนาคต ทุกวันนี้ โลกส่วนหนึ่งก็ได้กลายเป็นทำนอง Surrogate ไปเรียบร้อยแล้ว โดยเรามีตัวแทนในโลกเสมือนจริงที่เป็น Website - MSN -Blog - Hi5 - Facebook - Bittorrent - Digital Photo sharing - Twister - Game online - Camfrog ฯลฯ...
เราปรับแต่งหน้าตาบุคลิก-สร้างภาพต่างๆนานาตามที่เราอยากให้เป็น ทั้งที่ตัวจริงเป็นอีกอย่าง,
เราด่าเถียงกันแหลกราน เลือดขึ้นหน้า กับใครก็ไม่รู้ใน Webboard,
บางคนจ้างเราทำงานบางอย่างโดยที่ไม่เคยเจอตัวจริงเป็นๆของเราเลย,
เราซื้อสินค้า-จ่ายตังกับใครบางคน ที่เราไม่รู้ว่าร้านค้า-โกดังเก็บของเขาอยู่ตรงตำแหน่งไหนบนโลกกันแน่,
บางคนในโลกเสมือนจริงเป็นคูรที่น่าคาราวะสอนอะไรต่อมิอะไรมากมาย,
บางคนก็ใจดีขยันแจกของฟรีๆไม่ว่าจะเป็นหนัง(โ..ป้ 55) เพลง หนังสือ ข่าวสารข้อมูล ฯลฯ,
บางทีเราก็เข้าไปขโมยของบางอย่างจากใครบางคน,
บ้างก็หาความสุข-ทำมาหากินรูปแบบใหม่ จากการสะสมแต้ม-จำนวนคนเข้ามาดู-จำนวนคลิก-โพส-เม้นต์ ฯลฯ บางรายถึงแม้ต้องลงทุนโชว์เสียวบ้างก็ยอมล่ะ ยังไงก็ได้ให้ดังให้ฉาวเป็นพอถ้ามันทำให้ยอดเพิ่มถล่มทลายได้ก็ถือว่าคุ้ม..จำเริญ
บางทีเรามีปฏิสัมพันธ์ใครหลายคนในโลกเสมือนจริงมากกว่าคนในโลกแห่งความเป็นจริง บางทีในโลกเสมือนจริงก็จริงแท้สำคัญยิ่งกว่าโลกแห่งความเป็นจริง และที่น่าตลกคือบางคนที่เรารู้จักมักคุ้นสนิทสนมเป็นอย่างดี เจอกันแทบทุกวันในโลกเสมือนจริง แต่พอมาเดินสวนกันในโลกแห่งความเป็นจริงเขาและเรากลับเดินผ่านไปไม่ทักทายแยแสกัน จะทำไงได้ล่ะก็ในเมื่อเรารู้จักกันแต่ในโลกเสมือน แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงเราและเขาไม่รู้จักกันเลยแม้แต่น้อย!
นี้แหละ "Surrogate" โลกเสมือนจริงที่เป็นความจริง!


หนัง Benjamin Button - อัศจรรย์ฅนโลกไม่เคยรู้ (ภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยมเรื่องหนึ่งแห่งปี2009) การันตีด้วยรางวัลออสก้า และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย...ชีวิตยอกย้อนกลับตาลปัตรของ นาย"เบนจามิน กระดุม" เกิดมาเป็นทารกที่มีหน้าตาและสุขภาพย่ำแย่เยี่ยงคนอายุ 80 แทนที่จะตาย ตามที่หลายคนคาดคิดแต่กลับค่อยๆเติบโตแบบหนุ่มขึ้น หนุ่มขึ้น ใช้ชีวิตกรำศึก เสพสุขเสพทุกข์ ผ่านร้อนผ่านหนาว คาว!หวานครบครัน จนค่อยๆกลายเป็นเด็ก ค่อยๆลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิต ลืมแม้กระทั้งว่าตัวเองเป็นใคร ลืมลูกลืมเมียลืมทุกสิ่ง แล้วก็ตายไปในร่างเด็กทารก!...
นอกจากโครงเรื่องสะท้อนชีวิตมนุษย์ในหลายแง่มุมอย่างน่าสนใจแล้ว ทางด้าน Visual Effect ก็ทำได้แนบเนียนน่าทึ่ง ถ้าไม่ได้ดูเบื้องหลัง (วิดิโอ Youtube ด้านล่าง) ก็จะไม่รู้เลยว่าฉาก แบรต พิต ตอนเป็นเด็กแก่ ใช้ VFX ล้วนๆ ตอนแรกก็นึกว่าจะใช้วิธีหาคนหน้าคล้ายมาแต่งหน้า make up นิดหน่อย...ที่ไหนได้ปั้นใหม่ทั้งหน้าเลย เนียนจริงๆ

เทคโนโลยี "Motion Capture" หรือ "Mocap" แบบล่าสุด ใช้การจับการการเคลื่อนไหวด้วยผงเรืองแสงชนิดพิเศษ สามารถจับทุกอารมณ์การยืดหยุ่นบนใบหน้าได้อย่างละเอียด
ส่งท้าย : วจีอมตะในหนัง จากลุงคนที่เคยโดนฟ้าผ่ามาแล้ว 7 ครั้ง ต้องยกให้ลุงคนนี้ เป็น ไอดอล! เลยนะ ..."ฉันตาบอดไปข้างนึง หูก็ไม่ค่อยจะได้ยิน แข้งขาสั่นไม่มีเรี่ยวแรงจะออกไปไหน แถมยังจำเรื่องที่ผ่านมาไม่ได้ แต่รู้มั๊ย พระเจ้าเตือนสติเสมอว่า ฉันยังโชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่"
เมื่อก่อนเคยมี พวกTransformers อาศัยและทำมาหากินในเมืองไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพและปริมลฑล แต่เดี๋ยวนี้ไม่เหลืออยู่แล้ว ย้ายไปเล่นหนังที่อเมริกาแทน ด้วยเหตุผลนานาจิตตัง...ฮา!











พื้นที่แถวนี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่โล่งกว้างในหุบเขามีแหล่งน้ำธรรมชาติดูอุดมสมบูรณ์ดี คิดเล่นๆในใจว่าน่าจะมีการปฏิรูปทำเป็นอาณาจักรอะไรสักอย่าง...ประมาณสร้าง landmark ทำนองนครวัด, หอไอเฟล, หรือ ชเวดากอง แล้วรายรอบด้วยรีสอร์สแนวธรรมชาติ+หมู่บ้านจัดสรร+ช๊อปปิ้งเซ็นเตอร์, สวนสนุกดิสนีย์แลนด์-สนามกีฬาสปอร์ตคอมเพล็กซ์-สวนสัตว์ขนาดใหญ่หรือซาฟารีเวิลด์ผสมกับดรีมเวิลด์, หรือฟาร์มครบวงจร มีสวนไร่-ปศุสัตว์อย่างฟาร์มโชคชัย, หรือสวนสาธาณะแนวศิลปวัฒนธรรมอย่างเมืองโบราณ หรือจะเป็นนิคมชุมชนผลิตภาพยนตร์แบบ Hollywood หรือจะทำนอง Silicon valley นิคมธุรกิจเทคโนโลยี-นวัตกรรมใหม่ๆ...ฯลฯ...ก็คิดเพ้อไปเรื่อยนะ ฮึ ๆ ๆ :)











หนังเรื่องนี้เข้าฉายในไทยตั้งแต่ต้นปีนี้(2009)แล้ว แต่ผมเพิ่งมีโอกาสดูจากDVD...ตอนแรกนึกว่าคงงั้นๆทั่วไป แต่ก็โชคดีที่ตัดสินใจดู(เพราะไม่ค่อยเห็นหนังแนวศาสนา-คาทอลิค ที่มีพระบาทหลวง-ซิสเตอร์เป็นตัวแสดงหลัก จึงทดลองดู) ผลก็คือ...โครงเรื่องมีมุมมองที่น่าสนใจมาก ประเด็นเกี่ยวกับความสงสัย-ความเคลือบแคลง ตามชื่อของหนัง "Doubt" หรือชื่อไทย "เด๊าท์ ปริศนาเกินคาดเดา"
โดยย่อ...ปมของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อทางโรงเรียนคาทอลิกได้รับเด็กนักเรียนผิวดำคนแรกคือ ดช. "โดนัล มิลเลอร์" โดยมี "คุณพ่อ ฟลินน์" ผู้ร่าเริงอารมณ์ดีและหัวสมัยใหม่ เป็นบาทหลวงสอนศาสนาและครูประจำคนหนึ่งของโรงเรียนแห่งนี้ คุณพ่อ ฟลินน์เอาใจใส่กับเด็กผิวสีคนนี้เป็นพิเศษเนื่องจากเป็นเด็กผิวสีคนเดียวและมักโดนเพื่อนแกล้งเป็นประจำ "ซิสเตอร์ เจมส์" แม่ชี-ครูสาวผู้อ่อนโยนเห็นสถานะการณ์เช่นนี้จึงเกิดความคลางแคลงสงสัย และได้ไปแจ้งต่อ "ซิสเตอร์ อลอยเซียส" แม่ชีวัยทองเจ้าระเบียบผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน ซิสเตอร์อลอยเซียสเมื่อได้ยินเรื่องราวก็เกิดอาการเคลือบแคลงสงสัยในตัว บาทหลวง ฟลินน์ ว่าน่าจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับโดนัล มิลเลอร์! จึงเริ่มต้นดำเนินการต่างๆนานาเพื่อที่จะเปิดโปงความจริงและขับไล่บาทหลวงฟลินน์ออกจากโรงเรียนด้วยความเชื่อมั่นในศีลธรรมจรรยาอันเคร่งครัดผนวกกับประสบการณ์อันยาวนานของเธอเอง ซิสเตอร์อลอยเซียสได้พยายามสืบสวนสอบสวน รวมทั้งใช้กกลยุทธ์ทำสงครามทางจิตวิทยากับบาทหลวงฟลินน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม จนบานปรายก่อเกิดสงครามน้ำลาย! ซิสเตอร์เจมส์ ผู้อยู่ตรงกลางเมื่อได้รับฟังเหตุผลของทั้งสองฝั่ง ก็เกิดสับสนสงสัยลังเลไม่อาจจะตัดสินได้ว่าความจริงคืออะไรกันแน่ควรจะเข้าข้างใครดี แต่ลึกๆก็เห็นใจบาทหลวงฟลินน์อยู่ไม่น้อย...แล้วในที่สุดบาทหลวงฟลินน์ก็ลาออกไป...แม้จะไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนหนักแน่นสักชิ้นมายืนยันว่าตนกระทำสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรจริงซิสเตอร์ อลอยเซียส และ ซิสเตอร์ เจมส์
บาทหลวงหรือคุณพ่อ "ฟลินน์"