วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 1, 2009

ภาษาอังกฤษพอเพียง Unseen


" I like to smell used Lingerie! "
แปลว่าอะไรนักเรียน...? :D

หลายคนคงไม่รู้ว่า ทำไม ภาษาอังกฤษจึงเป็นภาษากลางของโลก...ตอบสั้นๆก็คือเพราะ สงคราม! ...เหตุเกิดเริ่มแรกในประวัติศาสตร์อันใกล้ กองเรือติดอาวุธอังกฤษได้เดินทางไปรอบโลกแล้วทำการรุกรานยึดแผ่นดินประเทศที่ตนไปเยือนกว่าค่อนโลกให้ตกเป็นอาณานิคม...ประเทศที่ถูกคุกคามจึงจำต้องให้ความสนใจกับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษเพื่อประโยชน์ในการเจรจาสื่อสารงานบ้านงานเมืองกับจักรวรรดิอังกฤษผู้เป็นนายเจ้าปกครอง...ผนวกกับอังกฤษมีนโยบายส่ง มิชชั่นนารี เผยแผร่(แกมบังคับ)แทรกซึมภาษา-วัฒนธรรมอังกฤษไปยังประเทศภายใต้อาณัติเหล่านั้นอย่างเป็นระบบและแยบยล...ภาษาอังกฤษจึงแพร่หลาย กลายเป็นภาษากลางของโลกไปในที่สุด แม้ปัจจุบัน อเมริกาจะได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจแทนอังกฤษแล้ว แต่อเมริกาก็คือคนอังกฤษที่เข้าไปปล้นยึดดินแดนอเมริกาอันเป็นถิ่นเดิมของเผ่าอินเดียแดงนั้นเอง (และในอนาคตมีแนวโน้มว่ากำลังจะมีการเปลี่ยนขั้วมหาอำนาจทางการเมือง-เศรษฐกิจโลกมาแทนที่อเมริกา...เก็งกันว่าจะเป็น ประเทศจีน! ดังนั้นภาษากลางของโลกจึงอาจต้องเปลี่ยนขั้วตามไปด้วย... ภาษาจีน ? ? ? )

เดี่ยวไมโครโฟน Chris Unseen...วิธีการสอนภาษาแบบนี้น่าจะเป็นวิธีการสอนที่ได้ผลดีกว่า การสอนแบบมุ่งกวดวิชาเข้ามหาลัย... อ.คริส เป็นลูกครึ่ง เข้าใจทั้งความเป็นไทยและความเป็นฝรั่ง บวกกับบุคลิกปล่อยเนื้อปล่อยตัวเป็นกันเอง ดิบๆไม่เว่อร์ ไม่ถือตัว ไม่ขี้เก๊ก เน้นเล่าเรื่องฮา+เหน็บแนม(แสบๆคันๆ) (แม้จะใช้ลีลาสำเนียงตามแนว โน๊ต อุดม ไปนิด ติดเรทเยอะไปหน่อย แต่โดยรวมก็พอได้ หยวนๆกันไป :)ในโชว์เดี่ยวชุด Chris Unseen นี้ให้มุมมองการเรียนและการใช้ภาษาอังกฤษ(หมายรวมถึงภาษาต่างประเทศอื่นๆด้วยก็ได้)ที่น่าสนใจหลายประเด็น อาทิ

1. เป็นไปไม่ได้เลยที่คนไทยเราทั่วไปจะพูดภาษาต่างประเทศได้แบบ 100% เพราะเราไม่ได้มีกำพืดเกิดโตที่อังกฤษ เราส่วนใหญ่เมื่อไทย โตเมืองไทย ใช้ชีวิตในไทย มีเพื่อนส่วนใหญ่เป็นคนไทย ทำมาหากินสื่อสารกับคนไทยเป็นหลัก ... ฉะนั้นถ้าเราไม่ได้เป็นนักศึกษาศึกษาสาขาภาษาอังกฤษโดยตรงหรือคลุกคลีกกับภาษาอังกฤษจริงจัง จึงเป็นเรื่องปกติที่จะใช้งานสื่อสารภาษาอังกฤษผิดๆติดๆขัดๆบ้าง เพราะการเชี่ยวชาญภาษาเป็นเรื่องของทักษะ-การได้ใช้งานจริงบ่อยๆสม่ำเสมอ ถ้าในชีวิตไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้หรือได้ใช้น้อยก็ย่อมขึ้นสนิมและลืมเลือนไปเป็นธรรมดา ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การเรียนภาษาอังกฤษแบบเน้นที่การสื่อสารง่ายๆทั่วที่ชาวต่างชาติเข้าใจเป็นใช้ได้

2. อย่างไรก็ตามศตวรรษนี้คงเลี่ยงภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจว่า บางกรณีแม้คนไทยกันเองสื่อสารด้วยภาษาไทยภาษาเดียวกันยังสื่อกันไม่ค่อยรู้เรื่องเลย จะเอาอะไรกับภาษาต่างประเทศ... ฉะนั้นเมื่อต้องใช้หรือพูดอังกฤษก็จงใช้ภาษาอังกฤษแบบพอเพียง อย่าออกสำเนียงอังกฤษปนไทยเกินไป แต่ก็อย่าพยายามออกเสียงดัดจริตเกินเหตุ! ( อาจารย์ ใช่คำได้เห็นภาพ...ฮ่าๆ) เพราะจะทำให้ทั้งคนไทยและทั้งคนอังกฤษ-ต่างชาติ ก็ฟังไม่รู้เรื่องเลยแม้จะเป็นคำง่ายๆก็ตาม(อย่างกรณีเสียงประกาศในห้าง และ สนามบิน...เป็นตัวอย่างที่เห็นชัด โชว์พาวเสียจนทำให้คนอังกฤษเองก็ฟังไม่เข้าใจ) การพูดแบบธรรมชาติๆกลางๆสำเนียงเน่อๆนิดๆประเทศตัวเอง ฝรั่งยังจะเข้าใจง่ายกว่า

3. เมื่ออยู่ในประเทศเราเองอย่าไปกลัวที่จะคุยกับฝรั่ง กรณีที่เขาพูดเร็วหรือใช้ศัพท์แสงคำแสลงสำนวนยากๆ ไม่ใช่เรื่องแย่ที่เราฟังไม่เข้าใจ ต้องโทษฝรั่งด้วยส่วนหนึ่งที่พูดเร็วหรือใช้ศัพท์-โครงสร้างประโยคยากๆ เพราะเขามาบ้านเราเขาก็ควรสำนึกรู้ด้วยว่านี้คือประเทศไทย ประเทศที่มีภาษาเป็นของตัวเองใช้ภาษาไทยกันเป็นกิจวัตร

4. คำหยาบหรือคำใต้สะดือ ก็ควรศึกษารู้ไว้บ้าง เพราะเราจะได้รู้หรือรับมือได้ เมื่อฝรั่งยิงคำลามกหรือคำหยาบโลนมา... (ในโชว์เดี่ยวไมโครโฟน จึงเน้นเรื่องนี้เป็นพิเศษ...ฮึๆ) อาทิ...Pubic Sevices = ขายบริการทางเพศ, Erection = ไอ้นั้นตั้งโด่, Prick = หำ, Testicles = ลูกอั-ณ-ฑะ, Pubic Hair = ขนบริเวณนั้น(อย่าใช้ Diamond Hair นะ ฮึๆ) Semen = น้ำอ-สุ...จิ, Lingerie = ชุดชั้นในสตรี, Clitoris = ... และคำอื่นๆอีกมากมาย สนใจก็ลองหา VCD-DVD มาดู... :)

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น